ตำรวจสายไหมปัดซ้อมโจ๋คาโรงพัก เพื่อให้รับคดี แม่บุกมาตอนแถลง

ตำรวจสายไหม ปัดซ้อมโจ๋คาโรงพักให้รับคดีฆ่าคนตาย ขู่เอาผิดทำภาพลักษณ์เสียหาย ยันไม่เคยเจรจาไกล่เกลี่ยตามที่เป็นข่าว

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ มณีโชติ ผกก.สน.สายไหม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ประพจน์ อนุศิริ รอง ผกก.สส.สน.สายไหม เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง แถลงข่าวกรณีที่มีการแชร์ในโลกโซเชียลมีเดียเกี่ยวกับประเด็น แม่โพสต์ขอความเป็นธรรมลูกโดน ตร.ซ้อมให้รับคดีฆ่าคนตาย

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวว่า การชี้แจ้งในครั้งนี้สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนจาก นายพงศธร อายุ 27 ปี และ น.ส.องุ่น อายุ 52 ปี แม่ลูกว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สายไหมคือ “พ.ต.ท.ประพจน์” ได้ทำร้ายร่างกาย ขณะคุมตัวสอบสวนอยู่ที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม 

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอชี้แจ้งว่า คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ในวันเกิดเหตุได้เชิญตัว นายพงศธร ไว้เพื่อสอบสวนข้อเท็จจริงเนื่องจากอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยไม่ได้มีการแตะเนื้อต้องตัวและไม่ได้ใส่กุญแจมือ และทำการสอบสวนพร้อมทนายความซึ่งจากการสอบสวน นายพงศธร ให้การปฏิเสธ imperial-business-blog.com

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่จนได้ภาพกล้องวงจรปิด โดยปรากฎเป็นภาพ ว่า นายพงศธร ได้ลงมาจากรถของมือปืน จากนั้นได้พากันเดินไปดูผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน ก่อนที่มือปืนจะหลบหนีไป

จากนั้นศาลได้มีการอนุมัติหมายจับเจ้าหน้าที่จึงได้ถ่ายรูปทำประวัติตอนเวลา 15.00 น. ของวันที่ 28 เมษายน ซึ่งตอนนั้นผู้ต้องหายังมีสภาพร่างกายปกติไม่มีบาดแผลใดๆ ก่อนที่ผู้ต้องหาจะมีการมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สน.สายไหม วันที่ 30 เม.ย. เพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ประพจน์ ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ต่อมาวันที่ 3 พฤษภาคม ก็ได้โพสต์ภาพว่าโดนทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ

พ.ต.อ.ทนงศิลป์ กล่าวว่าหลังจากนี้จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานไว้ก่อน ถ้าพบว่าทาง นายพงศธร มีการทำให้ภาพลักษณ์ ของเจ้าหน้าที่เสียหายก็จะดำเนินคดีกับผู้นั้น ขอยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการขอเจรจากับทางผู้ต้องหา เพื่อขอไกล่เกลี่ยตามข่าวที่ปรากฏ

ทั้งนี้ ระหว่างการชี้แจงของเจ้าหน้าที่ ปรากฏว่า นายพงศธรและมารดา ได้เดินทางเข้ามาระหว่างการชี้แจงท่ามกลางความงุนงงของผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าว โดย น.ส.องุ่นกล่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เอามาเป็นหลักฐานของเจ้าหน้าที่นั้น เป็นภาพที่ตัดต่อมา เพราะตนมีหลักฐานเป็นภาพกล้องว่าลูกของตนไม่ได้มากับมือปืน พร้อมทั้งมีหลักฐานการตรวจร่างกายด้วยว่ามีการถูกทำร้ายร่างกายจริง

นายพงศธร กล่าวว่าตนถูกควบคุมตัวมาที่ห้องสืบสวน สน.สายไหม เมื่อไปถึงห้องสืบสวน ก็มีนายตำรวจนั่งอยู่ในห้องหลายคน ตั้งแต่ ผกก.สายไหม และระดับรองผกก. ก่อนจะถามว่า “ไอ้น้องไหนเล่ามาสิว่าคนยิงมันหลบหนีไปไหน ยังไง” ซึ่งตนก็ตอบไปว่าไม่ทราบเพราะไม่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนที่จะถูก รอง ผกก.สส.สน.สายไหม ทำร้ายร่างกายด้วยการตบใบหน้า 1 ครั้ง และล้มลง ก่อนจะใช้เท้ากระทืบต่อจนได้รับบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ระหว่างการชี้แจง เจ้าหน้าที่ได้นำภาพถ่ายขณะสอบสวนและภาพถ่ายตอนทำประวัติมาให้ผู้สื่อข่าวดูว่าผู้ต้องหาไม่มีร่องรอยบาดแผลแต่อย่างใด