ตำรวจจราจรพัทยา เปิดใจ ถีบรถแท็กซี่ เพราะป้องกันตัวจากการถูกชน

จากกรณีมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าทำการจับกุมรถแท็กซี่ สีชมพูคันหนึ่ง ซึ่งจอดในที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) ริมถนนพัทยาสาย 2

โดยช่วงแรกของคลิปเป็นภาพการพูดคุยเจรจา ระหว่างตำรวจจราจรนายหนึ่งและคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่ในรถ กระทั่งมีพนักงานคอกรถนำเครื่องล็อคล้อมาและจะทำการล็อคล้อแท็กซี่คันดังกล่าว แต่แท็กซี่พยายามจะขับรถออกจากจุดที่จอด แต่ก็มีรถสองแถวมาจอดขวาง ทำให้ไม่สามารถขับออกไปได้

ตำรวจจราจรคนดังกล่าวจึงเข้าไปพูดคุยอีกครั้ง แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจจราจรจึงถีบที่ประตูฝั่งคนขับไป 2 ครั้ง รถแท็กซี่จึงตัดสินใจถอยหลังและหักพวงมาลัยขับหลบสองแถว ที่จอดขวางทางอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ค.) ร.ต.ท.วสุธร รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปรากฏในคลิปนั้นคือตนเอง ก่อนเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 จนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง

ตนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าว จอดดับเครื่องยนต์อยู่ริมถนนซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่คนขับกลับส่งใบสั่งที่ถูกจับในข้อหาใบขับขี่หมดอายุให้ดู

ตนจึงถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่ และจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับไม่ยอมรับข้อหา แถมยังพูดท้าทายและไม่ยอมรถจากรถ ซ้ำยังพยายามจะขับรถหลบหนี มีบังเอิญมีสองแถวมาจอดขวางเลยไปไม่ได้

ในระหว่างที่พนักงานคอกรถจะนำเครื่องล็อคล้อไปทำการล็อคล้อหลังอยู่นั้น จู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไป จนเครื่องล็อดล้อกระเด็น ตนเกรงว่าจะถูกรถเฉี่ยวจึงใช้เท้าถีบตัวรถเพื่อให้พ้นจากการถูกเฉี่ยวชน เป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บตามยุทธวิธี

ด้าน พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการให้ ร.ต.ท.วสุธร ทำรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เบื้องต้น จากการสอบถามด้วยวาจาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้โดยสารที่เมืองพัทยา

และจอดรอรับลูกค้าขาจรที่อาจจะมาใช้บริการโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามจอด ระหว่างนั้น ร.ต.ท.วสุธร ขับผ่านมาเห็นจึงจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและขับรถหนีไป

ภายหลังจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่อู่รถและได้มีการพูดคุยกับคนขับทราบชื่อ นายประเสริฐพร (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อให้เดินทางมาพูดคุยกันที่ สภ.เมืองพัทยา แต่นายประเสริฐพร อ้างว่าไม่อยากมาเพราะระยะทางไกล และเสียเวลาทำมาหากิน

เบื้องต้น จึงให้ ร.ต.ท.วสุธร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐพร รวม 3 ข้อหาคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.ขับรถโดยไม่นึกถึงอันตรายของผู้อื่น และ 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

พ่อเลี้ยงใจโหด ตีลูก 3 ขวบช้ำในเสียชีวิต แม่ลั่นไม่มีการยอมความ

พ่อเลี้ยงใจอำมหิต ตบตีลูกเลี้ยงวัย 3 ขวบ ถึง 2 วันติด เหตุชอบปัสสาวะ-อุจจาระรดใส่ที่นอน ทำให้เด็กบอบช้ำหนัก ถึงขั้นเสียชีวิต

พ.ต.ท.วัชรชัย ศิริวิชัย สารวัตรสอบสอบสวน สภ.ศรีมโหสถจ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจาก นายวุฒิศักดิ์ อายุ 24 ปี ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงมีอาการช็อกหมดสติและได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา พ.ต.ท.วัชรชัย กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2561 ได้รับแจ้งจาก รพ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี มี ด.ญ.เอ อายุ 3 ขวบเสียชีวิต จากการชันสูตรร่วมกับแพทย์นิติเวชพบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำภายใน ได้ส่งชันสูตรต่อที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร แพทย์ยืนยันเสียชีวิตจากถูกทำร้ายร่างกาย

จากการสอบสวน นายวุฒิศักดิ์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ทำร้ายร่างกายลูกเลี้ยง เนื่องจากชอบปัสสาวะ,อุจจาระรดที่นอน เกิดความโมโหจึงทำร้ายร่างกายรวม 2 วันติดต่อกัน จนวันที่ 4 พฤษภาคม 2561 ลูกเลี้ยงช็อคหมดสติ จึงนำส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต จึงได้ดำเนินคดีในข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ถึงแก่ความความตาย

นายวุฒิศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนไม่ได้ตั้งใจแต่พลั้งมือทุบตีด้วยความโมโห และขอโทษต่อภรรยาและญาติๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแบบนี้ขึ้น ตนยอมรับผิดทุกอย่างวอนให้ทุกคนเห็นใจและเข้าใจ

ขณะที่ แม่ของเด็กหญิง กล่าวว่า ตนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดไม่คิดว่า นายวุฒิศักดิ์จะกล้าตีลูกจนถึงเสียชีวิต และจะไม่ยอมความใดๆ ทั้งสิ้น หลังจากนั้นได้นำศพลูกสาวไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดแก่งสีเสียด ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว