นศ.ปี 1 ดับเปลือยคาห้องน้ำ คาดกินยาลดน้ำหนักจนช็อก

หนุ่มมหาวิทยาลัยดัง ย่านบางนา วัย 19 ปี นอนเสียชีวิตเปลือยปริศนา คาห้องน้ำ เบื้องต้น เจอยารีดไขมัน 2 ขวด คาดอาจกินยาจนช็อกขณะเข้าห้องน้ำ หน้าฟาดพื้นดับ

วันที่ 24 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ร.ต.อ.วิชาญ ไลไธสง ได้รับแจ้งว่า มีชายเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ 1 ราย ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยศรีด่าน 16 หมู่ 5 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบ imperial-business-blog.com

ที่เกิดเหตุ เป็นแมนชั่น 7 ชั้น บริเวณห้องพักห้องหนึ่ง ชั้น 5 พบประตูล็อกจากด้านใน เจ้าหน้าที่ของอาคารจึงเอากุญแจสำรองมาเปิด พบห้องรก เสื้อผ้าเกลื่อนห้อง ในห้องน้ำพบศพ นายบิ๊ก (นามสมมติ) วัย 19 ปี นักศึกษา ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านบางนา เสียชีวิตในห้องน้ำ สภาพเปลือยกายคว่ำหน้า คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง โดยบนตู้เย็นพบขวดยาลดน้ำหนัก ซึ่งเปิดกินไปแล้ว วางอยู่ 2 ขวด

สอบถามเพื่อนผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายดื่มน้ำเยอะมาก ดื่มวันละ 4-5 ลิตร โดยต้องแวะร้านน้ำตลอด และเมื่อวันอาทิตย์ได้กินหมูกระทะ แล้วเกิดอาการแน่นหน้าอก ผู้ตายจึงขอกลับก่อน

โดยเมื่อวานตอน 19.30 น. ผู้ตายโทรมาบอกให้ตนมานอนเป็นเพื่อน พอมาถึงแมนชั่นตอน 01.00 น. ก็ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ จึงไลน์บอกว่า ถ้าตื่นแล้วให้ติดต่อกลับมาที่ตน หรือแม่ผู้ตายด้วย จากนั้นจึงเดินทางกลับ และไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้อีกเลย

ต่อมา ได้เดินทางมาที่ห้องผู้ตายอีกครั้ง แต่ประตูถูกล็อกจากข้างใน จึงเรียกช่างมาเปิดประตู พบว่าเพื่อนนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำเพื่อนของผู้ตาย และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต จะเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักที่กินเข้าไปหรือไม่นั้น ต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชอีกครั้ง

เสี่ยเจ้าของร้านอาหารดัง โทรสั่งลาลูก-โดดเจ้าพระยาทั้งที่ยังถือสาย

เจ้าของร้านอาหารดัง ย่านปากเกร็ด พบเป็นศพเสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยา พบก่อนตายแชทสั่งลา โทรหาลูก แล้วกระโดดน้ำทั้งๆ ที่ยังไม่ได้วางสาย

(24 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.ท.เจษฎา เหมโก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุชายเสียชีวิตลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดกลางเกร็ด หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบ 24thminute.com

จากการตรวจสอบพบศพชาย ทราบชื่อคือ นายมานพ อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ริมถนนปากเกร็ด เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ลูกของผู้ตายได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนเสียชีวิตพ่อได้โทรศัพท์และส่งข้อความแชทมบอกลูกว่า “พ่อจะไปแล้วนะ จะไม่เจอกันแล้วนะ อีก 3 วัน รู้เรื่อง” โดยผู้ตายโทรคุยกับลูกไปด้วย หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงกระโดดน้ำดังตูม กระทั่งในวันนี้มาพบเป็นศพ

สำหรับสาเหตุของการกระโดดน้ำฆ่าตัวตายครั้งนี้ คาดว่ามาจากปัญหาสุขภาพ จึงเกิดความเครียดหาทางออกด้วยการกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตายหนีปัญหา เบื้องต้นมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชก่อนติดต่อให้ญาติมารับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ขยาดหมายเรียกถึงบ้าน ลูกจ้างแค่วันเดียว รีบจูงรถเอามาส่งคืนให้

ร้านข้าวต้มชื่อดังเมืองขอนแก่นเตือนภัย มิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบลูกจ้าง สมัครเข้าทำงานได้วันเดียวกลับออกลายโจร ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนร่วมงาน อ้างยืมไปซื้อบุหรี่

เมื่อคืนวานนี้ (22 พ.ค.) นายวิชัย พนักงานร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. เขตเทศบาลนครขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวดูสภาพของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีราโน่ สีดำ-ขาว ที่ถูก นายชนเทพ อายุ 29 ปี อดีตเพื่อนร่วมงานที่ร้านข้าวต้ม ก่อเหตุขโมยไปในช่วงกลางดึกของวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ก่อนที่ นายชนเทพ จะนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปกลับมาคืนให้ในอีก 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และมีการอนุมัติออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปที่บ้าน และเจ้าของร้านได้นำภาพของคนร้ายแชร์ลงในโลกโซเชียลเพื่อเตือนภัยและกดดัน

นายวิชัย เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมย เล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุทางร้านได้มีการเลี้ยงฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเจ้าของร้าน โดยผู้ก่อเหตุที่เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นพนักงานได้เพียงวันเดียว ได้มาร่วมกินเลี้ยงในคืนนั้นด้วย ในระหว่างกินเลี้ยงวันเกิด นายชนเทพก็ไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธใดๆ

กระทั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. นายชนเทพได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตน โดยอ้างว่าจะออกไปหาเพื่อน ด้วยความที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานตนจึงให้ยืมรถไป เมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที นายชนเทพก็ขับรถกลับมาตามปกติ

เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน นายชนเทพก็ได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อ้างว่าจะไปซื้อบุหรี่ ก่อนจะหายออกไปนานเกือบชั่วโมง ตนจึงโทรศัพท์ไปหาแต่ก็ถูกตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไป จึงคิดว่ารถจักรยานยนต์น่าจะถูกขโมยไป จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังจากก่อเหตุ นายชนเทพก็ไม่มาทำงานที่ร้านอีกเลย

กระทั่ง 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกไปตามที่อยู่ของนายชนเทพ และเจ้าของร้านได้นำภาพถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของผู้ต้องหาโพสต์เตือนภัยในโลกโซเชียล ทำให้ นายชนเทพ ได้แอบนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปมาคืนให้เจ้าของรถที่หอพักในเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายชนเทพ ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ขโมยรถจักรยานยนต์ไป แต่ในวันที่ยืมรถไปซื้อบุหรี่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถไว้ ส่วนสาเหตุที่ไม่รับโทรศัพท์ เป็นเพราะแม่ของตนยึดโทรศัพท์เอาไว้ ซึ่ง นายวิชัย เจ้าของรถขณะนั้นรู้สึกโมโหมาก จึงบอกให้นายชนเทพรีบกลับไป ก่อนจะทนไม่ไหว

นายดนัย เจ้าของร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. กล่าวว่า ที่นำภาพของผู้ก่อเหตุมาโพสต์ลงในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยให้กับร้านค้าต่างๆ เพราะขนาดทางร้านรับคนเข้ามาทำงานและดูแลเป็นอย่างดี คนร้ายรายนี้ก็ยังก่อเหตุได้ ทั้งๆที่เพิ่งมาสมัครงานได้เพียงวันเดียว

โดยในวันที่มาสมัครงานคนร้ายรายนี้ก็มีบุคลิกและนิสัยดี ไม่คิดว่าจะก่อเหตุกับคนในร้านได้ และการนำรถมาคืน ก็เชื่อว่าเป็นเพราะมีหมายเรียกไปที่บ้านของคนร้าย ทำให้ญาติๆ ทราบเรื่อง เมื่อถูกกดดันจึงตัดสินใจนำรถจักรยานยนต์มาคืน เพราะกลัวความผิด และกลัวว่าจะไม่มีใครรับเข้าทำงานอีก หลังจากที่ทางร้านได้โพสต์เตือนภัยออกไป

ราคาแรง! ทุเรียนนนท์ขายเป็นลูก ราคาอยู่ที่ 5,000 – 40,000 บาท

แห่จองทุเรียนนนท์ตั้งแต่ในสวน ลูกละหมื่นถึงสี่หมื่นบาท ไม่ขายเป็นกิโล

นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย และนายธีระ โรจนประดิษฐ์ ปลัดอำเภอ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ชมสวนทุเรียนในเขต อ.บางกรวย ซึ่งเป็นสวนทุเรียนของ ร.ต.สุจิตร ศตะกูรมะ และสวนทุเรียนของนายไพทูน ทรงจำปา ที่บริเวณ ม.4 ต.บางศรีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปลูกทุเรียนหลายสายพันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง ก้านยาว กระดุม อีรวง หลงลับแล และพวงมณี รวมทั้งผลไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด เป็นต้น

ซึ่งขณะนี้ทุเรียนที่ จ.นนทบุรี ขายเป็นลูก ไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัม โดยราคาแต่ละลูกต้องตามขนาดว่าลูกใหญ่หรือว่าสวยต้องดูพลูของทุเรียนอีกว่ามากพลู หรือพลูใหญ่มากน้อยเพียงใด บางลูกก็จะมีราคาอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ขนาด ราคาต่ำสุดประมาณ 5,000-7,000บาท ซึ่งทุเรียนแต่ละสวนใน จ.นนทบุรี จะมีคนเข้ามาสั่งจองที่สวนเอง ไม่ได้ตัดไปวางขายตามท้องตลาด imperial-business-blog.com

ดังที่ทราบกันดีว่าทุเรียนนนท์ จะขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อย หอม มันหวาน ซึ่งนายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย ได้ปอกทุเรียนหมอนทองลูกละ 10,000 บาท เพื่อลองชิม และกล่าวว่ารสชาติของทุเรียนหอมหวาน มันอร่อย ได้รสชาติสมกับราคาจริงๆ ไม่เสียชื่อที่เป็นทุเรียนของ จ.นนทบุรี ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน

ตำรวจจราจรพัทยา เปิดใจ ถีบรถแท็กซี่ เพราะป้องกันตัวจากการถูกชน

จากกรณีมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าทำการจับกุมรถแท็กซี่ สีชมพูคันหนึ่ง ซึ่งจอดในที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) ริมถนนพัทยาสาย 2

โดยช่วงแรกของคลิปเป็นภาพการพูดคุยเจรจา ระหว่างตำรวจจราจรนายหนึ่งและคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่ในรถ กระทั่งมีพนักงานคอกรถนำเครื่องล็อคล้อมาและจะทำการล็อคล้อแท็กซี่คันดังกล่าว แต่แท็กซี่พยายามจะขับรถออกจากจุดที่จอด แต่ก็มีรถสองแถวมาจอดขวาง ทำให้ไม่สามารถขับออกไปได้

ตำรวจจราจรคนดังกล่าวจึงเข้าไปพูดคุยอีกครั้ง แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจจราจรจึงถีบที่ประตูฝั่งคนขับไป 2 ครั้ง รถแท็กซี่จึงตัดสินใจถอยหลังและหักพวงมาลัยขับหลบสองแถว ที่จอดขวางทางอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ค.) ร.ต.ท.วสุธร รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปรากฏในคลิปนั้นคือตนเอง ก่อนเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 จนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง

ตนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าว จอดดับเครื่องยนต์อยู่ริมถนนซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่คนขับกลับส่งใบสั่งที่ถูกจับในข้อหาใบขับขี่หมดอายุให้ดู

ตนจึงถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่ และจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับไม่ยอมรับข้อหา แถมยังพูดท้าทายและไม่ยอมรถจากรถ ซ้ำยังพยายามจะขับรถหลบหนี มีบังเอิญมีสองแถวมาจอดขวางเลยไปไม่ได้

ในระหว่างที่พนักงานคอกรถจะนำเครื่องล็อคล้อไปทำการล็อคล้อหลังอยู่นั้น จู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไป จนเครื่องล็อดล้อกระเด็น ตนเกรงว่าจะถูกรถเฉี่ยวจึงใช้เท้าถีบตัวรถเพื่อให้พ้นจากการถูกเฉี่ยวชน เป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บตามยุทธวิธี

ด้าน พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการให้ ร.ต.ท.วสุธร ทำรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เบื้องต้น จากการสอบถามด้วยวาจาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้โดยสารที่เมืองพัทยา

และจอดรอรับลูกค้าขาจรที่อาจจะมาใช้บริการโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามจอด ระหว่างนั้น ร.ต.ท.วสุธร ขับผ่านมาเห็นจึงจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและขับรถหนีไป

ภายหลังจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่อู่รถและได้มีการพูดคุยกับคนขับทราบชื่อ นายประเสริฐพร (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อให้เดินทางมาพูดคุยกันที่ สภ.เมืองพัทยา แต่นายประเสริฐพร อ้างว่าไม่อยากมาเพราะระยะทางไกล และเสียเวลาทำมาหากิน

เบื้องต้น จึงให้ ร.ต.ท.วสุธร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐพร รวม 3 ข้อหาคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.ขับรถโดยไม่นึกถึงอันตรายของผู้อื่น และ 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป

หัวตักรถแบคโฮล้มตัดขา คนงานวัย 15 ปี เจ็บสาหัสคาบ่อบำบัดลึก

ระทึก! รถแบคโฮล้ม คนงานวัย 15 ปีถูกบุ้งกี๋ทับตัดขาเจ็บสาหัสคาบ่อบำบัดลึก 6 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ 

เมื่อเวลา 21.00 น. (18 พ.ค.) พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถแบคโฮล้ม ปลายบุ้งกี๋ทับคนงานมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดภายในโครงการก่อสร้าง ซอยบัวขาว 15 พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารถอุปกรณ์ตัดถ่างรีบไปตรวจสอบที่เกิด

ที่เกิดเหตุบริเวณข้างคอนโดฯ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำมีความลึกประมาณ 6 เมตร กว้าง 3 เมตร ยาวประมาณ 20 เมตร พบรถแบคโฮขนาดใหญ่ล้มคว่ำตะแคงข้างอยู่ปากบ่อ ตัวแขนของรถล้มเอียงลงไปค้ำอยู่กับพื้นด้านล่างของบ่อ ส่วนปลายบุ้งกี๋ทับที่ช่วงเข่าข้างซ้ายจนแหลกละเอียด และขาข้างขวาหัก ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายเต๋า (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี นอนร้องโอดครวญขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำผู้บาดเจ็บออกมาได้เนื่องจากบุ้งกี๋มีขนาดใหญ่ และด้วยน้ำหนักของตัวรถจึงได้ประสานขอรถเครนขนาดใหญ่เข้ากู้ตัวรถแบคโฮ

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงรถเครนขนาดใหญ่เข้ากู้รถแบคโฮ โดยการยกบุ้งกี๋ขนาดใหญ่ที่ทับขาคนเจ็บขึ้น โดยใช้เวลาไม่นานก็สามารถยกแขนแบคโฮขึ้นได้ และนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนตัวคนขับรถแบคโฮไม่ยอมเปิดเผยถึงสาเหตุแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวพร้อมเชิญผู้ดูแลโครงการก่อสร้างไปสอบสวน

สอบถามกลุ่มคนงานที่อยู่ในโครงการก่อสร้าง เปิดเผยว่าก่อนเกิดเหตุนั้นผู้บาดเจ็บได้เทปูนอยู่ภายในบ่อบำบัดน้ำเสีย โดยมีรถแบคโฮใช้แขนหิ้วถังปูนขนาดใหญ่หย่อนลงไปในบ่อ แต่ด้วยน้ำหนักที่มากพอสมควร ทำให้รถแบคโฮ พลิกตะแคงล้มลงไปทับคนงานวัย 15 ปีที่อยู่ด้านล่างจนได้รับบาดเจ็บ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือดังกล่าว

เบื้องต้น พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ยังไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆทั้งสิ้น แต่อย่างไรก็ตามจะต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ หาสาเหตุและดำเนินคดีตามความผิดฐานต่างๆต่อไป

หนุ่มเลิกเมีย “ไลฟ์ผูกคอ” พยายามปลิดชีพหลายวิธี ครั้งนี้ตายสมความตั้งใจ

หนุ่มเลิกเมีย “ไลฟ์ผูกคอ” พยายามปลิดชีพหลายวิธี ครั้งนี้ตายสมความตั้งใจ พี่สาวช็อกนอนอยู่ในบ้านไม่รู้เรื่อง

เมื่อเวลา 03.00 น. (18 พ.ค.) พ.ต.ท.สุคนธ์ สงสกุล สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี รับแจ้งคนผูกคอเสียชีวิตที่บ้าน หมู่ 2 ต.บ้านโพธิ์ จึงไปตรวจสอบพร้อมกำลังฝ่ายสืบสวนแพทย์เวร รพ.ศูนย์เจ้าพระยายมราช และมูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี imperial-business-blog.com

ที่เกิดเหตุบริเวณเพิงหน้าร้านขายของชำพบศพ นายอลงกรณ์ อายุ 35 ปี ใช้เศษผ้าผูกคอตัวเองติดกับคานหลังคาเพิงพัก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำลงมาตรวจพิสูจน์ไม่พบบาดแผลถูกทำร้ายและไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง ที่บนผ้าคลุมกันแดดใกล้กันมีโทรศัพท์ของผู้ตายต่อสายชาร์จแบตเตอรี่และเปิดไลฟ์เฟซบุ๊กวางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถาม น.ส.อธิกัญญ์ อายุ 36 ปี พี่สาวผู้ตาย เล่าว่าน้องชายประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปมีครอบครัวอยู่ที่ จ.นนทบุรี อยู่กินกันมา 10 กว่าปีมีลูกด้วยกัน 2 คนและเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมาน้องชายได้ทะเลาะกับภรรยาถึงขั้นเลิกกันน้องชายพยายามงอนง้อขอคืนดี เนื่องจากน้องชายรักภรรยาและลูกแต่ภรรยาไม่ยอมคืนดีด้วย จึงกลับมาอยู่ที่บ้านและเกิดอาการเครียดมีอาการซึมเศร้า น้องชายบ่นให้ฟังว่าอยากตาย เคยจะกระโดดจากที่สูง พยายามกินยาฆ่าตัวตาย และจะผูกคอตายมาหลายครั้งตนและมารดาพยายามปลอบใจ

กระทั่งก่อนเกิดเหตุน้องชายได้ดื่มสุราอยู่หน้าบ้านจนดึกทุกคนจึงเข้านอนปล่อยน้องชายนั่งอยู่ที่หน้าบ้านเพียงลำพัง กระทั่งตีสองกว่ามีเพื่อนน้องชายโทรมาบอกว่าน้องไลฟ์สดทางเฟซบุ๊กผูกคอตายอยู่หน้าบ้านจึงรีบออกมาดูก็พบว่าน้องชายเสียชีวิตแล้ว ส่วนสาเหตุคาดว่าเกิดจากความเครียดและน้อยใจที่ง้อขอคืนดีแต่ภรรยาไม่ยอมดีด้วยจึงตัดสินใจผูกคอตายโดยไลฟ์สดให้ภรรยาได้ดูว่าผูกคอตายจริง หลังจากชันสูตรอย่างละเอียด ญาติไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

ยังคาใจ! แม่อุ้มศพลูกสาวแรกเกิดร้องสื่อ ตายหลังคลอดไม่กี่ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.รัชนีวรรณ อายุ 25 ปี ระบุว่าไม่ได้ความเป็นธรรม หลังไปคลอดลูกที่ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี แต่เมื่อเด็กออกมาจากครรภ์กลับเสียชีวิต

โดยทางโรงพยาบาลดังกล่าวระบุการตายมาจากการติดเชื้อซิฟิลิสในครรภ์ ซึ่งจากที่ไปตรวจหลายโรงบาลในเมืองพัทยา และคลินิกชื่อดังในเมืองพัทยา ก็ไม่พบว่าเจอเชื้อดังกล่าว ตนเกิดข้อสงสัยจึงได้มาร้องเรียนที่ผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรมและอยากทราบถึงข้อเท็จจริง 24thminute.com

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบที่ วัดหนองอ้อ ตั้งอยู่ถนนพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ก่อนไปเจอกับผู้เสียหาย และลูกสาววัยแรกเกิดที่ห่อผ้าสีขาวไว้ ด้วยความเสียใจและติดใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จึงได้ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวเพื่อร้องขอความเป็นธรรม

จากการสอบถาม น.ส.รัชนีวรรณ อายุ 25 ปี เล่าตนได้ตั้งครรภ์ลูกสาวมา 7 เดือนกับอีก 2 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.61 ช่วง 4 โมงเย็นตนปวดท้องอย่างหนัก รอแฟนเลิกจากงานและพากันไปหมอที่ รพ.เมืองพัทยาช่วง 2 ทุ่ม หลังจากนั้นตนเหมือนจะคลอด ทางโรงพยาบาลเมืองพัทยาบอกกับตนว่าเครื่องมือไม่เพียงพอจึงได้นำตนกับแฟนและลูกในครรภ์ ส่งไปทำคลอดอีกโรงพยาบาล ช่วงเวลา 22.00 น. พอไปถึงโรงพยาบาล ตนรู้ตัวเองว่าน้ำคร่ำแตกแล้วพร้อมที่จะคลอดลูก แต่ทางโรงพยาบาลได้ระงับการคลอดไว้ชั่วขณะจนกว่าน้ำคร่ำจะหมดจากตัว แล้วจึงได้ทำคลอดให้

หลังจากเด็กออกมาแล้วตนเห็นว่าลูกของตนมีเสียงร้องตามปกติแต่เด็กหน้าเขียว ทางพยายาบาลจึงนำไปเข้าตู้อบ ตนก็สบายใจเมื่อตอนเห็นหน้าลูกน้อย แต่เกิดเหตุไม่คาดฝัน ลูกของตนเสียชีวิต เดินไปถามแพทย์ถึงสาเหตุการตายโดยระบุว่า ติดเชื้อซิฟิลิส ปอดโต หัวใจรั่ว กระดูกพรุน หลังจากนั้นทางโรงบาลนำพ่อเด็กไปตรวจหาเชื้อซิฟิลิส แต่ไม่พบ พอมาตรวจที่ตนพบว่ามีเชื้อซิฟิลิส จึงเกิดข้อสงสัยเพราะจากการตรวจในโรงพยาบาลหลายแห่งทั่วพัทยาและคลินิกชื่อดังก็ไม่พบว่ามีเชื้อดังกล่าว

อย่างไรก็ตามตนวอนขอความเป็นธรรม เพราะมีหลายอย่างที่ยังคาใจอยู่ อยากให้ช่วยตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับตนและครอบครัว ในเหตุการณ์นี้ด้วย

แห่ขอเลขเด็ดพญานาค “โคกวัดกาไสย์” ร่ำลืออาถรรพ์ดินแดนลี้ลับ

ชาวบ้านแห่ขอเลขเด็ดโคกวัดกาไสย์ธรรมิการาม หมู่ 4 ตำบลทางพระ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ดินแดนลี้ลับ ชาวบ้านเชื่อเป็นเมืองลับแล มีวังพญานาคอยู่ใต้ล่างเฝ้าทรัพย์สมบัติ มีความอาถรรพ์ ความเฮี้ยน ความศักดิ์สิทธิ์ 

โดย นางสมหมาย อายุ 63 ปี พร้อมเพื่อนบ้านชาวบ้านในตำบลทางพระกว่า 200 คน ได้เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์เพื่อขอเลขเด็ด แล้วมีการเข้าองค์ทรงเจ้า มีการร่ายรำคล้ายกับพญานาค เป็นการร่ายรำเป็นเหมือนกับการบอกใบ้ให้เลขเด็ด ให้ชาวบ้านนำไปเสี่ยงโชค

โคกวัดกาไสย์ พื้นที่บริเวณหน้าวัดกาไสย์ที่เป็นพื้นหน้าวัด ประมาณ 4 ไร่ที่ถมสูงขึ้นกว่าพื้นที่นามาแล้วหลายร้อยปีแล้ว มีต้นไม้ป่าไผ่ขึ้นปกคลุมโดยรอบพื้นที่แล้วมีสระน้ำโดยรอบ ด้านในมีการตั้งศาลไม้ทรงไทยติดกับพื้นดินมีการวางพระพุทธรูปขนาดใหญ่จำนวน 3 องค์ และมีเครื่องเซ่นไหว้พร้อมพวงมาลัยจำนวนมากวางโดยรอบศาล ในการยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวบ้าน ที่ต่างมาขอพรรวมทั้งบนบานศาลกล่าว

โดยชาวบ้านต่างมีความเชื่อว่าเป็นเมืองลับแล ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าเข้าไปหาหน่อไม้แล้วออกมาไม่ได้ บ้างก็เล่าเรื่องว่าในช่วงกลางคืนมีเสียงปี่เสียงกลองดังมาจากโคกวัดกาไสย์ มีหลายคนที่เข้าไปหากบแล้วต้องพลัดหลงเข้าไปในโคกวัดโดยไม่รู้ตัว และเชื่อว่าบริเวณใต้พื้นดินบริเวณโคกวัดกาไสย์นั้นมีทรัพย์สมบัติฝังอยู่จำนวนมาก โดยมีพญานาคที่อยู่ใต้ดินเฝ้าดูแล และที่ผ่านมาพบว่ามีชาวบ้านหลายคนที่ได้เข้าไปขุดค้นหาสมบัติต้องมีอันเป็นไปหลายราย

โดยก่อนหน้านี้ (9 พ.ค.) นางสาวกนกวลี สุริยะธรรม ตำแหน่ง ภัณฑารักษ์ ชำนาญการ หน่วยงาน กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม พร้อมเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาความเชื่อมโยง ชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ หลังพบหลักฐาน ภาพถ่ายทางอากาศ คล้ายเป็นที่ตั้งของชุมชนทวาในอดีต และยังมีการค้นพบวัตถุโบราณตามชั้นดินในตอนทำประปาหมู่บ้าน เชื่อเป็นชุมชนขนาดใหญ่อายุนับพันปี

นางสาวกนกวลี กล่าวว่า บริเวณร่องรอยที่พบเจดีย์ที่บริเวณโคกวัดกาไสย์นั้น บริเวณที่พบเห็นถูกรบกวนไปมากแล้ว ไม่สามารถบอกได้ว่ายอดเจดีย์ที่โผล่พ้นดินมานั้นเป็นของเก่าหรือว่าของใหม่ที่โดนดินทับถม ซึ่งการลงพื้นที่โคกวัดกาไสย์นั้น เป็นการลงมาตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติม ในการเชื่อมโยงหลักฐานเพิ่มเติมชุมชนทวาในอดีต ที่บริเวณหมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลทางพระ เป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณา ในการวางแผนตรวจสอบโบราณคดีในช่วงต่อไป

แต่สภาพในปัจจุบันเจดีย์ที่พบของโคกวัดกาไสย์นั้นยังบอกไม่ได้ ว่ามีอายุสมัยเก่าไปถึงแค่ไหนเนื่องจากร่องรอยหลักฐานยังไม่สามารถบอกได้ หากไม่พบหลักฐานในการบอกยุคสมัย เราต้องตรวจดูจากโบราณคดีเพื่อบอกสมัยอีกที ซึ่งบริเวณโคกวัดกาไสย์พบเพียงเจดีย์ไม่มีองค์ประกอบอื่นๆ อาจจะเป็นไปได้ว่าเป็นยอดเจดีย์เก่าที่หักพังหรือว่ามีชาวบ้านนำมาจากที่อื่นวางไว้แล้วโดนดินทับเป็นเวลานาน ทำให้การตรวจสอบเป็นไปได้ยากและพบเพียงเป็นช่วงปลียอดเจดีย์เท่านั้นซึ่งมีลักษณะคล้ายเจดีย์ที่พบเห็นได้โดยทั่วไป

เสียงร้องระงมรพ. หนุ่มพาน้องๆ เที่ยวพัทยา เก๋งเสียหลัก ดับ 4 สาหัส 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (13 พ.ค.) เมื่อเวลา 21.30 น. สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์เสียหลักพุ่งชนป้ายรถเมล์ ก่อนเหินพุ่งขึ้นชนซ้ำกำแพง มีผู้เสียชีวิต 4 ราย บาดเจ็บสาหัส 2 ราย เหตุเกิดที่อพาร์ตเมนท์แห่งหนึ่ง ข้างศูนย์โตโยต้า บางละมุง ม. 2 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ที่เกิดเหตุพบประชาชนกว่า 50 คนมุงดูเหตุการณ์ รถยนต์เก๋งยี่ห้อ ซูซูกิ สวิฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ขษ 6071 ชลบุรี เสียหลังชนเข้ากับที่รอรถป้ายรถเมล์ แล้วเหินเข้าไปชนกับกำแพง ได้รับความเสียหายยับเยินทั้งคัน มีผู้บาดเจ็บติดภายในตัวรถทั้งหมด 4 ราย และกระเด็นออกมานอกตัวรถอีก 2 ราย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯจึงเร่งใช้อุปกรณ์ตัดถ่างงัดนำร่างผู้บาดเจ็บทั้งหมดออกมาจากตัวรถ ซึ่งทั้งหมดได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งหมด เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯพยายามช่วยยื้ออย่างเต็มที่ แต่ผู้บาดเจ็บ 4 รายทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกสองรายอาการสาหัสเช่นกันเจ้าหน้าที่จึงเร่งเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงอย่างเร่งด่วน

ตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตรายแรกเป็นคนขับคือ นายอำพล อายุ 28 ปี พนักงานโรงงาน นายพายุ อายุ 15 ปี นายธันวา อายุ 19 ปี ส่วนรายที่ 4 ยังไม่ทราบชื่อ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีกสองรายทราบชื่อคือนายวีรยุทธ อายุ 23 ปี รายที่ 2 ยังไม่ทราบชื่อ

เบื้องต้น ร.ต.อ.ประกาศิต พละเดช พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี บันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุการเกิดเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบกล้องหน้ารถของผู้ตายและกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุอุบัติเหตุสลดอีกครั้ง

ร่างผู้เสียชีวิตนั้นได้มอบให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯเก็บรักษายังโรงพยาบาล รอญาติติดต่อรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนา ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งสองรายนั้นส่งตัวไปรักษาต่อยังโรงพยาบาลชลบุรี ยังอยู่ในอาการโคม่าทีมแพทย์ยังให้การช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ บรรยากาศที่โรงพยาบาลบางละมุงมีกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตมาดูศพ คือนายอำพล และนายพายุ ได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ และนายวีรยุทธ ได้รับบาดเจ็บอาการโคม่า ซึ่งทั้งหมดเป็นพี่น้องกัน อยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจร้องไห้ฟูมฟายสนั่นลั่นโรงพยาบาล ทำให้บรรยากาศทั้งโรงพยาบาลมีแต่เสียร้องไห้ของกลุ่มญาติผู้ตาย

ซึ่งทางญาติยังได้เปิดเผยอีกว่าก่อนเหตุนายอำพล ได้มีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา ก่อนจะนำรถไปรับน้องและเพื่อนๆ เพื่อจะไปเที่ยวพัทยา แต่ไม่ทราบสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุที่แท้จริง