สะเทือนใจ! แม่แท้ๆ ถ่ายคลิปขณะเอาเชือกผูกคอลูกแถมขู่ฆ่า หวังประชดสามี

 

สะเทือนใจ! แม่แท้ๆ ถ่ายคลิปขณะเอาเชือกผูกคอลูกแถมขู่ฆ่า หวังประชดสามี ด้านชาวเน็ตรุมต่อว่าจำนวนมาก

วันที่ 11 ส.ค. 2560 เพจเฟซบุ๊ก Social Hunter ได้โพสต์วีดีโอความยาว 1.08 นาที และข้อความประกอบคลิปว่า “เป็นครั้งที่ 2 ละตั้งกะทำเพจมาน้ำตาตกคาจอโทรศพท์ ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนที่ชื่อว่าแม่แท้ๆ #พิกัดแก้ไขนะ ฉลองกรุง 39 #ปรายฟ้า กูหมดคำจะด่า”

ทั้งนี้ เนื้อหาในคลิปมีลักษณะหญิงสาวรายหนึ่ง กำลังนำเชือกมาผูกที่คอของลูกแท้ๆ และปล่อยเด็กห้อยลงมาจนร้องทุรนทุราย อีกทั้งยังพูดขู่ถึงขั้นจะฆ่าลูกแท้ๆ ของตนเองเพื่อหวังประชดสามีที่ไม่สามารถติดต่อได้ เมื่อคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปต่างมีสมาชิกเฟซบุ๊กเข้ามาแสดงความคิดเห็นรวมถึงแชร์คลิปดังกล่าว

โดยสมาชิกส่วนใหญ่ต่างรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว และเข้ามาต่อว่าผู้หญิงคนนี้กันเป็นจำนวนมาก ว่าไม่ควรไปลงกับลูกของตนเองในลักษณะเช่นนี้ รวมถึงสมาชิกเฟซบุ๊กได้แชร์คลิป เพื่อเป็นเบาะแสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเด็กชายที่ปรากฎในคลิปดังกล่าว

ไล่ล่ารถ ส.ต.ต.ภาค 5 ขนยาบ้าแหกด่าน อ้างนั่งมากับเพื่อนเฉยๆ

(10 ส.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสกัดจับรถยนต์มิตซูบิชิ สีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ สิบตำรวจตรีกฤษฏาพงษ์ อายุ 24 ปี ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และ นายสัจจะ อายุ 25 ปี ชาว ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ผู้ต้องหาอีกคน ที่ขับแหกด่านตรวจ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งตั้งด่านอยู่บริเวณถนน  คันคลองชลประทาน ใกล้คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยเจ้าหน้าที่ได้ขับรถไล่ล่าทั่วเมือง กระทั่งจับกุมได้บนสะพานต่างระดับหนองหอย ถนนมหิดล อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากการตรวจค้นภายในรถยนต์พบยาบ้าจำนวน 200 เม็ดพล.ต.ต.พิทยา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งด่านตรวจสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมาย ต่อมาพบเห็นรถของผู้ต้องหาผ่านมาและไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่ผู้ต้องหากลับขับรถแหกด่านหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและแจ้งให้สายตรวจ และตำรวจในท้องที่ใกล้เคียงช่วยสกัดจับ ขณะเดียวกันก็ได้ใช้ยุทธวิธีที่ได้ฝึกมาคือการยิงยางรถเพื่อสกัดไม่ให้คนร้ายขับ    รถหนีจนสามารถจับกุมตัวได้ โดยในส่วนของ ส.ต.ต.กฤษฏาพงษ์ ได้เสนอผู้บังคับบัญชาสั่งออกจากราชการไว้ก่อน โดยให้มีผลทันทีส่วนการสอบสวนเบื้องต้น ส.ต.ต.กฤษฏาพงษ์ ให้การว่านั่งมาในรถเฉยๆ ไม่ทราบเรื่องยาเสพติดมาก่อน แต่จากหลักฐานที่ชัดเจนและตามระเบียบของ ก.ตร. ที่ระบุว่าห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดโดยเด็ดขาด จึงต้องดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาดทั้งนี้จะตรวจสอบสวนภูมิหลังของตำรวจนายนี้ว่าเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดได้อย่างไร มีใครอยู่เบื้องหลังบ้าง และในช่วงที่หลบหนีได้ไปเฉี่ยวชนกับรถของประชาชนจนเกิดความเสียหายจำนวน 8 คัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้แจ้งให้ทางผู้เสียหายมาแจ้งความเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว – สมเด็จพระเทพฯ ทรงร่วมริ้วขบวน อัญเชิญพระบรมศพ

 

mSQWlZdCq5b6ZLkmwsCAyR9cXivGrUhlสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ – สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงร่วมริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมศพไปยังพระเมรุมาศ

แฟนเพจ Royal World Thailand – รอยัล เวิลด์ ประเทศไทย โพสต์รายงานความคืบหน้า สำหรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยระบุว่าขณะนี้เริ่มการเตรียมความพร้อมในส่วนของริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพ สำหรับการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ จะทรงร่วมริ้วขบวนพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการอัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ไปยังพระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ร้อยเอก จิทัศ ศรสงคราม (บุตรของท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม, พระธิดาในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์) รวมทั้ง พระอนุวงศ์ และสมาชิกราชสกุลทุกมหาสาขา ร่วมริ้วขบวนในครั้งนี้ด้วย

ญาติกู้ภัยแปดริ้ว เหยื่อกระบะตีนผี เผยยังทำใจไม่ได้

ญาติกู้ภัยแปดริ้ว เหยื่อกระบะตีนผี เผยยังทำใจไม่ได้

802792-01

ญาติกู้ภัยแปดริ้ว เหยื่อกระบะตีนผี ยังทำใจไม่ได้ ด้านภรรยาเผยไม่รู้อนาคตตนและลูกน้อย จะเป็นอย่างไร

จากกรณีที่ นายณัชพล พรหมนา หรือสอง อายุ 25 ปี ชาว ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว อาสมัครกู้ภัยพนมสารคาม จุดหัวสำโรง 36 ซึ่งเสียชีวิตลงขณะกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม จนถูกรถยนต์กระบะขับแซงซ้ายมาตามไหล่ทาง ก่อนปาดเข้าเลนขวาพุ่งเข้าชนอย่างจังจนทำให้ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดี และอาสากู้ภัย เสียชีวิตทั้ง 3 ราย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด น.ส.จุฑารัตน์ วรพงต์ อายุ 22 ปี ผู้เป็นภรรยา เผยว่า ขณะนี้ยังคงทำใจไม่ได้จากการสูญเสีย และการจากไปของสามีในครั้งนี้ ซึ่งมันเร็วเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้กับครอบครัว และไม่คิดฝันว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง เพราะเคยได้ยินแต่ข่าวของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ในพื้นที่อื่น ซึ่งตนก็เป็นอาสากู้ภัยด้วยกันกับสามี เพราะอยู่กินแต่งงานกันมานานถึงกว่า 6 ปี แล้ว จนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช.ปกรณ์ พรหมนา หรือ น้องอะตอม อายุ 3 ขวบครึ่ง โดยสามีนั้นเป็นคนมีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน และเขายังรักงานอาสากู้ภัยมาก จึงได้เข้ามาเป็นทีมอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บมาเป็นเวลานานถึงกว่า 2 ปีแล้ว หลังจากสูญเสียสามีไปยังไม่รู้อนาคตของตนเองและบุตรชาย ว่าในชีวิตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร

ตม.ห้าม ‘บอส’ ออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะไม่มีคำสั่งศาล

 

ตม. ระบุ ตร. ห้าม “บอส วรยุทธ” เดินทางออกนอกประเทศไม่ได้ เพราะไม่มีคำสั่งศาล

พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กล่าวถึงติดตามตัว นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดง ผู้ต้องหาหนีหมายจับ ว่า หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งดำเนินการติดตามตัว ส่วนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีหน้าที่เช็คการเดินทางเข้าออกประเทศเท่านั้น ถ้าหากนายวรยุทธ เข้ามาไทยระบบก็จะแจ้งเตือน

ส่วนกรณีของนายวรยุทธ ได้เดินทางออกไปก่อนที่ศาลจะออกหมายนั้น ก่อนหน้าพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ก็ไม่ได้มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ เนื่องจากเป็นคดีขับรถชน เป็นคดีประมาท ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ และนายวรยุทธ ก็ได้มอบตัวและขอสู้คดี ดังนั้นจึงไม่มีคำสั่งห้ามออกนอกประเทศ ซึ่ง สตม. เป็นเพียงหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออกอยู่แล้ว เขาก็สามารถเดินทางเข้าออกได้อย่างอิสระ
สำหรับข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนายวรยุทธ พบว่ามีการเดินทางเข้าออกประเทศหลายครั้ง ล่าสุดเข้ามาเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2560 และเดินทางออกไปเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่าน มีปลายทางที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนจะเดินทางออกไปที่ไหนหรือประเทศใดต่อนั้นไม่สามารถเช็คได้ เพราะอยู่นอกเหนือประเทศไทยแล้ว

ส่วนกรณีที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีส่วนช่วยเหลือนายวรยุทธหลบหนีนั้น เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว อย่างที่ย้ำว่าสำนักตรวจคนเข้าเมืองเป็นหน่วยปฏิบัติ ไม่มีอำนาจสั่งห้ามใครเข้าออก

“ป่ากางเกงใน” สวรรค์รักร่วมเพศ เสร็จกิจแล้วต้องแขวนเช็คอิน

 

สุดอึ้ง ป่ากางเกงใน แหล่งมั่วสุมชายรักชาย ใช้พื้นที่ป่ารกร้างไม่ใกล้จากชุมชนปฏิบัติกามกิจ ทิ้งซากถุงยางอนามัยและแขวนกางเกงไว้เป็นสัญลักษณ์

(4 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ ตรวจสอบป่ารกร้างบริเวณใกล้ชุมชน ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อตรวจสอบหลังเกิดกรณีกระแสการแชร์และติดแฮชแท็ค ข้อความว่า #ป่ากางเกงใน ทั้งในเฟซบุคและทวิตเตอร์ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณฝั่งทิศตะวันออกของตำบล มีทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยวและมีทางเดินเล็กๆ ให้เดินต่อเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร จนถึงจุดที่เรียกว่าป่ากางเกงใน ซึ่งจะพบการซากกล่องและถุงยางอนามัยที่ใช้แล้วหลายสิบชิ้นตกเรี่ยราด กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ มีหลอดเจลหล่อลื่น และมีแผ่นป้ายไวนิลปูอยู่ที่พื้น

นอกจากนี้เมื่อมองไปที่ต้นไม้ที่อยู่บริเวณรอบ ๆ ยังมีภาพที่ทำให้ตกตะลึง คือ พบกางเกงในหลากสี ขนาดและยี่ห้อหลายสิบตัวถูกห้อยตามกิ่งไม้เหมือนเป็นการแสดงสัญลักษณ์บางอย่างในพื้นที่
ด้านชาวบ้านที่อยู่ใกล้บริเวณนี้รายหนึ่ง กล่าวว่า สถานที่นี้เป็นมีทางเข้าที่เปลี่ยวและภายในเป็นป่ารก ไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางผ่าน ที่ผ่านมาเคยได้ยินว่ามีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมกันในเวลากลางคืนและมีกิจกรรมทางเพศกัน โดยเฉพาะกลุ่มชายรักชาย เมื่อเสร็จกิจจะนำกางเกงในตนเองไปแขวนไว้ที่ต้นไม้เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเคยมาที่ป่าแห่งนี้แล้ว ขณะที่บางส่วนจะถ่ายรูปและนำภาพที่แสดงถึงการได้มีเพศสัมพันธ์ที่ป่ากางเกงในไปโพสในสื่อโซเชียลเพื่ออวด โดยติดแฮชแท็ก #ป่ากางเกงใน จนต่อมาได้มีคนมายังสถานที่นี้และทำตามมากขึ้นเรื่อยๆ

จ่าเอกขับรถเก๋งชนจักรยานยนต์พันจ่ากระจุย ร่างกระเด็นไปไกล

 

(3 พ.ค.) ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ ชลบุรี ได้รับแจ้งรถเก๋ง ชน จยย มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เหตุเกิดบริเวณกลางแยกไฟแดง ถนนสุขุมวิท ขาเข้าสัตหีบหน้าหน่วยบัญชาการกองเรือยุทธการ หมู่ 2 ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถาน รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุกลางถนนแยกไฟแดง เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยกันปั้มหัวใจ พันจ่าตรี วิชาญ ระวรรณวงษ์ อายุ 50ปี ข้าราชการเรือหลวงกระบุรี ในสภาพได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ซี่โครงหัก ขาซ้ายหัก ก่อนเจ้าหน้าที่จะช่วยกันนำส่ง รพ. สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ห่างไปพบรถจักรยานยนต์ซูซูกิ สแมช สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ในสภาพพังเสียหายยับเยินอยู่ภายในคูน้ำข้างถนน กลางถนนพบรถ เก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว กษ-385 ระยอง ในสภาพด้านหน้าพังเสียหาย พุ่งชนจนเสาไฟฟ้าส่งแสงสว่างกลางถนนล้มพังเสียหาย โดยมี จ่าเอกธีระพงษ์ อายุ 24 ปี ข้าราชการกองทัพเรือ คนขับยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถาม จ่าเอกธีระพงษ์ คนขับรถเก๋งทราบว่า ขณะขับกลับมาจากทำธุระ วิ่งมาตามถนนสุขุมวิท พอมาถึงแยกไฟแดง เป็นจังหวะสัญญานไฟกระพริบทุกด้านขณะขับผ่านแยกไฟแดง ผู้ตายได้ขี่ จยย เลี้ยวตัดหน้าอย่างกระทันหัน เพื่อจะเข้าค่ายกองเรือยุทธการ ซึ่งได้พยายามเบรก แต่ไม่ทันทำให้พุ่งชนเข้ากลางลำจักรยานยนต์อย่างแรง ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งชนเสาไฟฟ้าส่องสว่างกลางถนน จนได้รับความเสียหายดังกล่าว

เบื้องต้นได้เจ้าหน้าที่ได้ทำบันทึกที่เกิดเหตุก่อนจะเรียกพยานที่เห็นเหตุการณ์มาสอบสวนเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพสุดช็อก! เครื่องบินตกต่อหน้า ระหว่างจอดรถติดไฟแดง

 

 

เครื่องบินโฉบบินลงฉุกเฉิน ตัดหน้ารถยนต์จอดติดไฟแดง เกิดเปลวไฟลูกใหญ่ต่อหน้าต่อตา ก่อนเครื่องบินจะร่วงลงสู่พื้นที่ ปาฏิหาริย์ไม่มีใครเป็นอะไรสักคนเดียว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพจากกล้องวิดีโอหน้ารถยนต์คันหนึ่ง สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์น่าสะพรึง เมื่อเครื่องบินเล็กลำหนึ่งค่อยๆ สูญเสียการทรงตัว และพยายามจะนำเครื่องลงจอดที่พื้นถนน แต่ปรากฏว่าทำไม่สำเร็จ ตกกระแทกพื้นทำให้เกิดลูกไฟขึ้นต่อหน้ารถยนต์จำนวนหนึ่งที่จอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ที่ทางแยก

ตามรายงานระบุว่าเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณชานเมือง ทางตอนเหนือของเมืองซีแอทเติล รัฐวอชิงตัน เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา สื่อท้องถิ่นได้ยืนยันอุบัติเหตุเครื่องบินตกจากสื่อโซเชียลมีเดียว หลังมีจากแชร์คลิปภาพลงทวิตเตอร์ เมื่อสอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นก็พบว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริง

สำหรับเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเวลาประมาณ 15.40 น. ของวันที่ 2 พฤษภาคม บริเวณถนนไฮเวย์เมืองมูคิลเทโอ เครื่องบินขนาดเล็กที่เชื่อว่าน่าจะเพิ่งบินขึ้นจากสนามบินไพน์ฟิลด์ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เกิดการสูญเสียการควบคุมอย่างกะทันหัน หลังจากที่เทคออฟออกมาได้เพียงไม่กี่วินาที นักบินพยายามนำเครื่องบินลงที่พื้นถนน แต่ปรากฏว่าเครื่องบินเกี่ยวกับสายไฟฟ้า ก่อนจะลงกระแทกสู่พื้น ทำให้สะเก็ดไฟกลายเป็นเปลวเพลิงขนาดใหญ่ตามคลิปที่ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต นักบินที่บังคับเครื่องบินลำดังกล่าวปลอดภัยดี เครื่องบินได้รับความเสียหาย ขณะที่เปลวเพลิงไม่ได้ไหม้ลุกลามไปยังพื้นที่อยู่อาศัยใกล้เคียง นับว่าเป็นความโชคดีที่ไม่กลายเป็นเหตุโศกนาฏกรรม

แม่ใจสลาย! ลูก 3 คน จมน้ำดับ เผยฝันเห็นชายแก่หัวเราะเยาะ

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 พ.ค.) เมื่อเวลา 14.30 น. วันนี้ เจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการจังหวัดมหาสารคาม 1669 ได้รับแจ้งว่า มีเหตุเด็กจมน้ำจำนวน 3 ราย อยู่ที่บึงบ้านท่า หรือบึงคันชา ซึ่งเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างบ้านโพนสวาง ต.โพนทอง และบ้านโนนสังข์ ต.หนองบอน อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม

ที่เกิดเหตุชาวบ้านได้นำตัวเด็กหญิงขึ้นมาจากน้ำแล้ว 2 ราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการปั๊มหัวใจเพื่อช่วยเหลือเป็นการด่วน ส่วนอีกรายได้ให้นักประดาน้ำลงไปงมหากว่า 20 นาทีจึงพบ ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้นำศพเด็กทั้ง 3 ส่งที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย

จากการสอบถาม นางสาวบุหงา อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นแม่ของเด็กทั้ง 3 เล่าว่า ตนเองมีลูกทั้งหมด 5 คน น้องทั้งสามที่จมน้ำเสียชีวิต ชื่อ น้องกาญ อายุ 9 ปี, น้องบีม อายุ 7 ปี และ น้องแพรวา อายุ 2 ปี โดยเมื่อช่วงเวลาประมาณสิบโมงเช้า ได้พาเด็กทั้ง 3 และหลานชายอีก 1 คน ไปเก็บบัว ที่บึงคันชา เพื่อเตรียมนำไปขายที่ตลาด

ซึ่งทุกครั้งที่ไปเก็บบัว เด็กๆ จะพากันเล่นอยู่บนคันดิน ซึ่งสูงจากบึงน้ำประมาณ 3 เมตร โดยแม่ได้ลงไปเก็บบัวในบึงน้ำ ต่อมาหลานชายได้เจอปลาช่อนตัวใหญ่ขนาดเท่าต้นขาหนึ่งตัว จึงได้ตะโกนว่าตนเองได้ปลาช่อนตัวใหญ่ จึงได้นำไปใส่ไว้ในถุงปุ๋ย จากนั้นไม่นานตนก็ขึ้นจากน้ำแต่กลับไม่พบลูกทั้งสามคนจึงได้ออกตามหา

พอดีมีคนในหมู่บ้านผ่านมาจึงได้ร้องเรียกให้ช่วยเหลือ ต่อมาก็พบน้องแพรวา ลูกสาววัย 2 ขวบ ลอยขึ้นมาจากน้ำ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้รีบมาช่วยปั๊มหัวใจ จากนั้นก็พบน้องบีม ลูกสาววัย 7 ขวบ ส่วนน้องกาญ ลูกสาววัย 9 ขวบ ต้องให้นักประดาน้ำช่วยงมหาพบอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 3 เมตร ซึ่งทั้งหมดเสียชีวิต เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวส่งที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย โดยตนไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับลูกของตน

ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุเมื่อคืนที่ผ่านมา ตนเองฝันว่าลูกสาวคนเล็กจมน้ำ ตนจึงได้เข้าช่วยเหลือลูก และเห็นคนแก่เป็นผู้ชายมายืนหัวเราะตน ตนจึงได้ถามว่าคนแก่คนนั้นว่าเป็นคนบ้านไหน ทำให้มายืนหัวเราะแบบนี้ แต่คนแก่คนนั้นก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน รุ่งขึ้นตนจึงได้พาลูกออกมาหาเก็บบัวในบึงเป็นปกติ แต่ก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น

โดยที่โรงพยาบาลโกสุมพิสัย มีบรรดาญาติพี่น้องของเด็กหญิงทั้งสามที่ทราบข่าวต่างก็เดินทางมาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก จากนั้นพ่อของเด็ก คือ นายเรวัติ ก็ได้เดินทางมาถึงโรงพยาบาล เมื่อทราบว่าลูกทั้งสามเสียชีวิตแล้ว ก็ถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น เพื่อนบ้านและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต้องช่วยกันประคอง และนำตัวไปปฐมพยาบาล

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์ลายนิ้วมือเด็กทั้งสามเสร็จ ก็ได้เรียกให้พ่อกับแม่มาเรียกน้องกลับบ้าน ซึ่งทั้งพ่อและแม่ก็ต่างร้องไห้ เรียกชื่อน้องกาญ น้องบีม และน้องแพรวากลับบ้าน เป็นที่น่าเวทนาแก่ผู้พบเห็น โดยศพเด็กทั้งสาม จะตั้งสวดอภิธรรมที่วัดใต้ชัยมงคล หมู่ 14 บ้านแพง ต.แพง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม ก่อนทำการฌาปนกิจต่อไป

ผู้โดยสารใช้ห้องน้ำผิดเวลา ถูกเชิญลงจากเครื่องบิน

 

เกิดเหตุการณ์เชิญผู้โดยสารลงจากเครื่องบิน เมื่อผู้โดยสารรายหนึ่ง เกิดปวดปัสสาวะ ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งเป็นช่วงจังหวะที่เครื่องกำลังจะขึ้นบินพอดี

เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา บนเที่ยวบินหนึ่งของสายการบินเดลต้า แอร์ไลนส์ ที่กำลังจะเดินทางจากสนามบินเมืองแอตแลนต้า โดยมีปลายทางอยู่ที่เมืองมิลวอกกี มีผู้โดยสารชายคนหนึ่งทราบชื่อภายหลังว่าคือนายไคม่า แฮมิลตัน เกิดปวดปัสสาวะขึ้นมากะทันหัน จึงลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ โดยไม่สนใจว่า จังหวะนั้น เครื่องบินกำลังจะเทคอ็อฟ หรือขึ้นจากสนามบิน

เมื่อเป็นเช่นนั้น เครื่องบินก็ไม่สามารถบินขึ้นได้ และหลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ของสายการบินคนหนึ่ง มาเชิญตัวนายแฮมิลตันให้ลงจากเครื่อง ซึ่งในตอนแรกเขาไม่ยอมลง โดยอ้างว่าได้ซื้อตั๋วอย่างถูกต้องแล้ว แต่ในที่สุดเขาก็ยอมลงจากเครื่องแต่โดยดี และไปซื้อตั๋วของสายการบินอื่นเพื่อกลับบ้านแทน

ด้านผู้แทนสายการบิน ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า เจ้าหน้าที่ทุกคน ได้รับการฝึกเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ แต่ขณะเดียวกันก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผู้โดยสารทุกคน จะต้องปฏิบัติตัวตามข้อบังคับของสายการบิน ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้โดยสารเอง

ขณะเดียวกัน สายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ สามารถตกลงกับคู่กรณี คือนายแพทย์เชื้อสายเอเชีย ที่ถูกลากลงจากเครื่องบินเมื่อช่วงต้นเดือนได้แล้ว โดยทางสายการบินยินยอมที่จะจ่ายเงินชดเชยและค่าทำขวัญให้ แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า เงินที่จ่ายเป็นจำนวนเท่าไหร่