หนุ่มขี่รถตกคลอง จำไม่ได้ตัวเองเป็นใคร รีบนำส่งรักษา-หวั่นติดเชื้อ

หนุ่มโคราชขี่จักรยานยนต์ตกคลองน้ำเน่าเสีย เมื่อเจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นมา กลับลืมจำไม่ได้ว่าตนเองเป็นใคร มาจากไหน จึงประสานงานรีบส่งตรวจที่โรงพยาบาล หวั่นติดเชื้อโรคลุกลามในร่างกาย

วันนี้ (26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา ได้ให้การช่วยเหลือชีวิต นายสราวุธ อายุ 22 ปี หลังจากได้ขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิ๊ก เสียหลักพุ่งตกคลองน้ำทิ้ง บริเวณถนนมิตรภาพ หลักกิโลเมตรที่ 193 ตรงข้ามสำนักงานเทศบาลตำบลตลาดแค อำเภอโนนสูง ฝั่งขาออก

โดยในขณะเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจจราจร ตำรวจภูธรอำเภอโนนสูง ขับรถผ่านมาเจอพอดี ได้รีบลงให้การช่วยเหลือนายสราวุธที่จมอยู่ในคลองน้ำทิ้ง หลังจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการช่วยเหลือขึ้นมาได้แล้ว
ก่อนจะพบว่านาย สราวุธ พูดจาไม่รู้เรื่อง ได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ไม่ทราบว่าตนเองมาจากไหน ขับรถอะไรมา และตนเองกำลังเป็นอะไรอยู่ ทำไมจึงต้องมีคนมายืนมุงดูเป็นจำนวนมาก ทำเอาเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมึนงงตามๆ กัน

หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลจากบัตรประชาชน จึงได้ประสานญาติให้มารับตัวไปตรวจเช็คร่างกายที่โรงพยาบาลโนนสูง เนื่องจากคลองน้ำดังกล่าวเป็นน้ำสกปรก หวั่นติดเชื้อโรค อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สันนิษฐานว่านายสราวุธอาจจะหลับใน ระหว่างที่ขับรถกลับบ้าน จึงทำให้เกิดเสียหลักพุ่งตกคลอง

ชื่นชมน้ำใจ ชายสติไม่ดีอยากตัดผม ช่างเนรมิตทรงใหม่ให้ฟรี

ชายสติไม่ดีเดินเข้าร้านเสริมสวย บอกตัดผมให้หน่อย ช่างเนรมิตทรงใหม่ให้ฟรีอย่างไม่รังเกียจ

(20 ส.ค.) โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวจาก เฟซบุ๊ก มีด่านบอกด้วย ระยอง ซึ่งได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า มีชายสติไม่ดี เดินข้าร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งใน อ.บ้านฉาง จ.ระยอง พร้อมบอกกับเจ้าของร้านว่า “ตัดผมให้หน่อย” ซึ่งเจ้าของร้านได้บอกให้นั่งรอคิวก่อน และเมื่อตัดเสร็จก็ไม่คิดเงินกับชายคนดังกล่าว

ทางด้านเฟซบุ๊กเจ้าของร้าน เกศ เสริมสวย โพสต์ภาพชายเร่ร่อนคนดังกล่าว ระบุข้อความว่า “วันนี้ได้บริการลูกค้าสระตัดเซ็ตเสร็จแล้วหล่อด้วยค่ะ” พร้อมระบุว่า เขาเป็นคนน่าสงสาร

หลังจากเรื่องราวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ต่างมีคนเข้ามาคอมเม้นต์ชื่นชมเจ้าของร้านที่มีน้ำใจต่อผู้ที่ด้อยโอกาส ไม่มีทีท่ารังเกียจ และช่วยเหลือในสิ่งที่ตัวเองถนัด พร้อมทั้งอวยพรให้เจ้าของร้านโชคดี กิจการเจริญรุ่งเรืองด้วย

ร่างหญิงนิรนามห่อพลาสติก ชายแดนไทย-ลาว เร่งตรวจเป็น อบต.สาวหรือไม่

คืบหน้า ผอ.อบต.ชำหายตัวไป ล่าสุดพบร่างหญิงสาวนิรนามอยู่บริเวณชายแดนลาว-ไทย ด้านสามเหลี่ยมมรกต สามี-ญาติพี่น้องเตรียมไปตรวจสอบว่าเป็นหญิงสาวที่หายตัวไปหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี ชาวบ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บึงมะลู และสื่อมวลชน เพื่อขอให้ช่วยติดตามหา น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม อบต.ชำ หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 60 ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับญาติพี่น้องได้พากันลุยตรวจค้นป่าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งด้านเขาพระวิหารและด้าน อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี นานกว่า 7 วันติดต่อกัน ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันนี้ (19 ส.ค.) เมื่อเวลา 07.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 65 บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายบัวกัน ผู้ใหญ่บ้านโนนเจริญ ต.เสาธงชัย ซึ่งเป็นอาของ น.ส.จุฑาภรณ์ ที่หายตัวไป กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี นำโดย พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้รับมอบตัว ร.อ.ศุภชัย นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ น.ส.จุฑาภรณ์ โดยตั้ง 4 ข้อหา แต่ว่า ร.อ.ศุภชัย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งตนและญาติพี่น้องได้ช่วยกันออกตระเวนหา น.ส.จุฑาภรณ์ อย่างต่อเนื่อง ตามจุดที่ต้องสงสัยว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์

นายบัวกัน กล่าวต่ออีกว่า ตนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกค้นหา น.ส.จุฑาภรณ์ ที่ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ว่า ได้รับแจ้งจากนายใส (ไม่ทราบนามสกุล) ผู้ใหญ่บ้านเข็ม ม.สุขุมา แขวงจำปาสัก สปป.ลาว ว่า ได้พบศพหญิงคนหนึ่ง สภาพศพผมยาว ห่อหุ้มด้วยพลาสติก ทิ้งอยู่ที่ชายแดนไทย–ลาว ในเขตประเทศลาว ด้านสามเหลี่ยมมรกต ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นศพของผู้ใด

ดังนั้นในช่วงเช้าของวันนี้ ตนพร้อมด้วยสามีของ น.ส.จุฑาภรณ์ และญาติพี่น้อง จะพากันเดินทางไปตรวจสอบว่า ศพนิรนามที่เจ้าหน้าที่ของประเทศลาวพบดังกล่าว เป็นศพของผู้ใด ใช่ศพของบุคคลที่พวกตนตามหาหรือไม่ อย่างไร ซึ่งได้รับการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ไทยและลาว จะนำเข้าไปยังบริเวณที่พบศพ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ต่อไป

รวบ “หื่นออนไลน์” ลวงเด็กหญิงวัย 13 ผ่านสื่อโซเชียลมาขืนใจ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปลวกแดง รวบหื่นออนไลน์ ลวงเด็กหญิงอายุแค่ 13 ผ่านทางเฟซบุ๊กไปกระทำชำเรา หลังผู้ปกครองเข้าแจ้งความ

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (18 ส.ค.) พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง สั่งการให้ พ.ต.ท.ชวลิต สุธรรมจารย์ รองผกก.สส.สภ.ปลวกแดง พ.ต.ต.ดนัย ทองนาค สว.สส.สภ.ปลวกแดง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ ออกติดตามตัวคนร้ายล่อลวงเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี ไปกระทำการชำเรา

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหอพักแห่งหนึ่งใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ซึ่งผู้ปกครองของเด็กหญิงผู้เสียหาย ได้เข้าแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า นายเจ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ได้กระทำการข่มขืน ด.ญ.เอ (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี โดยมีพฤติกรรมล่อลวงทางเฟซบุ๊กให้เหยื่อมาหา แล้วใช้กำลังข่มขืนเหยื่อในหอพัก ส่วน ด.ญ.เอ นั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวไปตรวจสอบร่องรอยการข่มขืนที่ รพ.ปลวกแดง ซึ่งแพทย์ระบุว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง

ต่อมาทางเจ้าหน้าตำรวจสายสืบ สภ. ปลวกแดง สืบทราบว่าผู้ต้องหาได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่บ้านพักภายในสวนหมู่บ้านหนองแขวะ ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงได้นำกำลังไปตรวจสอบพบตัวผู้ก่อเหตุ จึงได้ควบคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.ปลวกแดง

นายเจได้ให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำการล่อลวง ด.ญ.เอ มาข่มขืนจริง โดยใช้วิธีพิมพ์ส่งข้อความหวานๆ เพื่อหว่านล้อมเหยื่อ จนกระทั่งเหยื่อยอมออกมาหา จึงใช้กำลังกระทำชำเราเด็กหญิง และรีบหนีไปกบดานที่อื่น จนกระทั่งมาถูกจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัว ผู้ก่อเหตุ ส่งร้อยเวรเจ้าของคดีทำการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่ง ทาง พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ฝากเตือนไปยังผู้ปกครองควรเตือนบุตรหลาน อย่าหลงเชื่อคนในโลกออนไลน์ เพราะอาจจะตกเป็นเหยื่ออย่างที่เกิดขึ้นได้

สุภาพบุรุษเสื้อช็อป หนุ่มยังงง รับคำชมถอดเสื้อคลุมขาให้ผู้หญิง

 

เปิดใจสาวนุ่งสั้นที่นั่งรถสองแถว ยอมรับโพสต์ขอบคุณหนุ่มเทคนิคจิตใจดี ยกให้เป็น “สุภาพบุรุษเสื้อช็อป” ขณะที่เจ้าตัวยังงงกับชื่อเสียง ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจและเป็นห่วง

จากกรณีเฟซบุ๊กชื่อ การ์ตูน โพสต์เรื่องราวที่เกิดขึ้นบนรถโดยสารสองแถวสายระยอง-กระเฉด โดยผู้โพสต์ระบุถึงเหตุการณ์ที่ตนนั่งรถโดยสารสองแถว หลังจากเลิกงานกำลังจะกลับบ้าน มีผู้ชายถอดเสื้อเสื้อช็อปนำมาให้ปิดขา เพราะสวมกระโปรงสั้น ทำให้โลกออนไลน์ต่างชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษ

ล่าสุดวันนี้ (18 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบกับ นางสาวดาริน อายุ 17 ปี ขณะกำลังเดินทางไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เจ้าตัวบอกว่าทำงานเป็นนักศึกษาฝึกงานที่ห้าง วันเกิดเหตุหลังเลิกงาน ก็ไปขึ้นรถสองแถวที่ บขส. เก่า เพื่อจะกลับบ้านตามปกติ

แต่ระหว่างที่นั่งรถสองแถวอยู่นั้น ชุดกระโปรงยูนิฟอร์มที่สวมใส่อยู่ แม้จะไม่สั้นมาก แต่เมื่อนั่งบนรถกระโปรงก็จะถกสั้นขึ้นมาอยู่เหนือเข่า สังเกตเห็นมีผู้ชายที่นั่งตรงข้ามมองอยู่ จึงรูสึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะคิดเสมอว่า ตนเป็นคนไม่สวย การที่มีคนมองจ้องคงไม่ได้มองด้วยเจตนาดี จึงได้พยายามดึงกระโปรงให้ลงมาปิดขาตลอดเวลา

โดยปกติจะพกเสื้อคลุมแขนยาวมาไว้คลุมที่ต้นขาทุกครั้งตอนนั่งรถ แต่วันนี้ด้วยความเร่งรีบ ตนจึงลืมหยิบเสื้อคลุมติดตัวมาด้วย กระทั่งมีผู้ชายที่เป็นนักเรียนเทคนิคได้ถามว่าตนจะลงที่ป้ายไหน ตนก็ตอบตามปกติ ชายคนนั้นก็ก็ถอดเสื้อช็อปออกมา พร้อมกับยื่นให้ตนและบอกว่า “คลุมไว้มันอีกไกล”

นางสาวดาริน บอกอีกว่า ทันทีได้รับเสื้อมาคลุมปิดขา ก็รู้สึกถึงความปลอดภัย แต่ก็ยังหวาดระแวงอยู่ เมื่อรถสองแถวมาถึงป้ายที่จะลง ก็รีบคืนเสื้อช็อปให้และกล่าวขอบคุณ ก่อนจะกลับเข้าบ้านตามปกติ และโพสต์เรื่องราวดีๆ แชร์ลงในเฟซบุ๊ก ก่อนจะมีการส่งต่อเผยแพร่ไปทั่ว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้เดินทางไปตามหา หนุ่มเทคนิคสุภาพบุรุษ ซึ่งก็คือ นายปารณัท หรือ เล อายุ 20 ปี นักเรียนชั้น ปวส.1 วิทยาลัยเทคนิคระยอง สาขาช่างยนต์ ซึ่งยังรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะคิดว่าตัวเองจะได้รับชื่นชมมากมายขนาดนี้

นายปารณัท เปิดใจว่า ในวันนั้นตนขึ้นรถสองแถวกลับบ้านกับเพื่อนที่เรียนด้วยกัน นั่งอยู่ตอนท้ายของรถ ระหว่างทางเห็นผู้หญิงนั่งรถมาด้วย แต่นั่งด้วยท่าทางไม่สบายตัว คอยดึงกระโปรงมาปิดขาตลอด เพราะมีผู้ชายฝั่งตรงข้ามจ้องมองมา

เมื่อตนเห็นดังนั้นจึงเป็นห่วง ตัดสินใจออกปากถามว่าลงที่ไหน ก่อนจะถอดเสื้อให้เอาไปคลุมขา ตอนนั้นคิดเพียงว่าให้ ถ้าปล่อยไว้แบบนั้นคงจะไม่ดีแน่ๆ กระทั่งเรื่องราวถูกแชร์ในสังคมออนไลน์ มีทั้งคำชื่นชมและต่อว่า ก็อยากให้สังคมมองผู้หญิงนุ่งสั้นด้วยเหตุผล บางคนมีความจำเป็นต้องนุ่งสั้นเพราะหน้าที่การงาน แต่จริงๆ แล้วการแต่งตัวไม่ได้พิสูจน์ว่าเป็นคนดีหรือคนไม่ดี

ขณะที่ นายปราโมทย์ พันธุชาติ ครู คศ.3 อาจารย์ที่ปรึกษา กล่าวว่า ลูกศิษย์คนนี้ ปกติก็เป็นคนร่าเริง อารมณ์ดี คิดบวกตลอด การเรียนอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการที่ลูกศิษย์ได้แสดงออกถึงความเป็นสุภาพบุรุษ เป็นคนดีมีน้ำใจ ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน จนมีคนชื่นชมมากมายนั้น เป็นเรื่องของความคิดความประพฤติที่ดีในตัวของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งโรงเรียนมีส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ผกก.สภ.เมืองพัทยา แจงคลิปตีชายฉี่ม่วง ให้นั่งตากแดด

 

จากกรณีมีเฟซบุ๊กแฟนเพจชื่อดังลงคลิปวีดีโอภาพเจ้าหน้าที่ลงมือตีชายคนหนึ่งที่ตรวจพบว่าปัสสาวะเป็นสีม่วง แถมยังให้นั่งตากแดด เหตุเกิดวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมาบนบ้านเกาะล้าน ซึ่งชาวบ้านสงสัยเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ในการทำแบบนั้นด้วยหรือ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ส.ค.) พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า ผู้ชายในคลิปที่ถูกทำร้าย โดนเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจับกุมในข้อเสพยาเสพติดและมียาบ้าไว้ครอบครอง 1 เม็ด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

ส่วนในวันที่ส่งตัวมาดำเนินคดีนั้นตามร่างกายไม่พบบาดแผลแต่อย่างใด และทางผู้ที่ถูกทำร้ายไม่มีการร้องขอเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว หรือไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับทหารคนนั้น ส่วนผู้ชายคนในคลิปเคยถูกจับเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้ว 5-6 ครั้งส่วนกรณีดังกล่าวจริงๆ แล้วเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจกระทำแบบนั้น แล้วแต่มีการตกลงกับผู้นำท้องถิ่นในการลงโทษผู้ที่มีการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งหากผู้เสียหายต้องการเอาผิดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว

ส่วนทางผู้เสียหายนั่นผู้สื่อข่าวได้ประสานไป และได้รับคำตอบว่าตอนนี้ยังไม่สะดวกในการให้สัมภาษณ์ เพราะกลัวมีผลกระทบกับครอบครัวซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับร้านอาหารอยู่บนเกาะล้าน

นอกจากนั้นทางญาติยังบอกผู้สื่อข่าวว่าในเบื้องต้นทางทหารคนในคลิปได้เดินทางมาขอโทษที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งหากน้องคนในคลิปพร้อมเมื่อไรจะเป็นคนออกมาให้สัมภาษณ์เอง

รองผบ.กกล.สุรนารี บินให้กำลังใจครอบครัว “ผอ.อ้อย” ลั่นไม่เลี้ยงทหารเลว

 

ร่ำไห้! แม่ผอ.อ้อย วอน รอง ผบ.กองกำลังสุรนารีช่วยตามหาลูกสาวที่หายไป ด้านกองกำลังสุรนารีประกาศไม่อุ้มคนผิด ตะเพิดทหารร้อยเอกเจ้าปัญหาออกนอกพื้นที่แล้ว

(15 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานงานว่า จากกรณีที่ น.ส.จุฑาภรณ์ หรือ อ้อย ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้หายตัวไปอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ซึ่ง พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ ได้ตั้งชุดทำงานคลี่คลายคดีนี้ และได้ออกหมายเรียกให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส นายทหารสังกัดกรมทหารราบที่ 6 จ.อุบลราชธานี มารับทราบข้อกล่าวหา 4 ข้อกล่าว ตามข่าวที่ไดนำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. (15 ส.ค.) ที่บริเวณสนามหน้า ร.ร.บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะ ได้เดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ นายบุญเลิศ อายุ 62 ปี และนางแหลม อายุ 60 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ อายุ 37 ปี ที่หายตัวไป โดยขณะนี้ระยะเวลาที่หายตัวไปนานกว่า 1 เดือน 12 วันแล้ว ยังไม่วี่แววว่าจะพบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์แต่อย่างใด ซึ่ง พ.อ.สรชัช ได้พบกับพ่อแม่ของ น.ส.จุฑาภรณ์ และปรากฏว่า นางแหลม ได้ร่ำไห้ออกมาอย่างน่าเวทนาต่อหน้าคณะนายทหารและบรรดาประชาชนทั่วไปที่มาให้กำลังใจ

นางแหลม กล่าวว่า ขณะนี้ตนและญาติพี่น้องทุกคนมีความห่วงใย น.ส.จุฑาภรณ์ เป็นอย่างมาก เพราะว่ามีความเป็นห่วงมาก จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ขอให้พบตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ บรรดาญาติพี่น้องได้พากันออกเดินลุยป่าที่สงสัยว่าจะเป็นที่ซุกซ่อนตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ หลายวันติดต่อกันแต่ว่าไม่พบ ขอให้ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี และคณะได้ช่วยติดตามหาตัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ให้ด้วย

พ.อ.สรชัช สุทธิสนธ์ รอง ผบ.กองกำลังสุรนารี กล่าวว่า ตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ธเนศ วงศ์ชะอุ่ม ผบ.กองกำลังสุรนารี ให้มาเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ น.ส.จุฑาภรณ์ ตนขอยืนยันว่า ทหารจะไม่ปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องส่วนบุคคล ผิดถูกอย่างไรว่ากันไปตามกฏหมาย และยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น ๆ ในการสอบสวนและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทางหน่วยทหารยินดีที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ ร.อ.ศุภชัย ภาโส ออกไปนอกพื้นที่แล้ว เพื่อให้บรรดาญาติพี่น้องของ น.ส.จุฑาภรณ์ มีความนสบายใจ ตนขอยืนยันว่า กองทัพบกมีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่มีการเข้าข้างคนผิดอย่างแน่นอน ขณะนี้รอผลการสอบสวนของทางพนักงานสอบสวน และจะมีการดำเนินการสอบสวนทางวินัยกับ ร.อ.ศุภชัย ต่อไป

เตือน 14 จังหวัดทั่วประเทศ ระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉลับพลัน

 

กรมอุตุฯ เตือน 14 จังหวัดทั่วประเทศมีฝนตกหนักสะสม เสี่ยงน้ำป่าหลาก น้ำท่วมฉลับพลัน ส่วน กทม.ปริมณฑลมีฝนร้อยละ 60 ของพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 15 สิงหาคม 2560 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ส่วนภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดหนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย และบึงกาฬ ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนพิ่มมากขึ้นกับมีฝนตกหนักบางพื้นที่

ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสมและน้ำท่วมฉลับพลัน น้ำไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ใน 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามัน มีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะ 2-3 วันนี้

ขณะที่ พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 12:00 น.วันนี้ – 12:00 น.วันพรุ่งนี้ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

หวิดตายหมู่! รถโรงเรียนยางระเบิดพุ่งชนเสาไฟ เหตุยางหมดสภาพ

 

รถโรงเรียนยางระเบิดพุ่งชนเสาไฟ บนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท เหตุยางหมดสภาพ โชคดีขณะเกิดเหตุไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ในรถ

วันที่ 15 ส.ค. 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มโนรมย์ เข้าตรวจสอบอุบัติเหตุบนทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตรที่ 296 พื้นที่ ม.2 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท โดยในที่เกิดเหตุพบรถตู้ ทะเบียน นค 6399 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นรถรับส่งนักเรียนของ โรงเรียนอักษรประสิทธิ์ โรงเรียนเอกชนใน อ.มโนรมย์ อยู่ในสภาพด้านหน้าชนเข้ากับเสาไฟฟ้าส่องสว่าง ได้รับความเสียหาย ส่วนตัวรถขึ้นไปเกยอยู่บนเกาะกลางถนน โดยพบว่ายางหน้าด้านซ้ายแตกจากสภาพการใช้งานจนโล้นไม่เหลือดอกยาง

ADVERTISING
inRead invented by Teads
สอบสวนนายเดชพล แป้นเงิน อายุ 32 ปี คนขับรถทราบว่า กำลังจะออกไปรับนักเรียนตามปกติ เมื่อขับรถออกมาจากโรงเรียนได้ประมาณ 1 กม. ถึงที่เกิดเหตุจู่ๆก็ได้ยินเสียงระเบิดตูมจากยางหน้าด้านซ้าย จากนั้นรถก็เสียหลัก พุ่งขึ้นไปชนเข้ากับเสาไฟฟ้า ทำให้ตนกับภรรยาที่นั่งมาด้วยตัวกระแทกคอนโซลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนลูกชายอายุ 7 ขวบที่นั่งมาด้วยไม่ได้รับบาดเจ็บ

ซึ่งอุบัติเหตุครั้งนี้ยังโชคดีที่เป็นขาไปรับ จึงยังไม่มีนักเรียนอยู่ภายในรถ ทำให้ไม่มีเด็กได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็พบว่ายางรถอีก 3 ล้อที่เหลืออยู่ก็มีสภาพโล้นพอๆกับเส้นที่ระเบิดด้วย คนขับรถบอกว่าแจ้งกับทางโรงเรียนหลายครั้งแล้วว่ายางหมดอายุ แต่ก็ไม่มีใครสนใจที่จะสั่งให้เปลี่ยน จนมาเกิดเหตุในวันนี้ ซึ่งตนเสียใจมากเพราะหากเป็นขากลับที่มีเด็กนักเรียนเต็มคันรถ อาจจะเกิดเรื่องเศร้าขึ้นได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวคนขับรถไปเปรียบเทียบปรับ พร้อมรายงานให้ขนส่งจังหวัดเข้ามาดูแลในเรื่องสภาพความพร้อมของรถรับส่งนักเรียนคันนี้ต่อไป

เกิดอุบัติเหตุที่ระยอง รถบรรทุกน้ำมัน ชนจยย. ไฟลุกท่วมดับ 2 ศพ

 

803344-01เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน ชนรถจักรยายนต์ไฟลุกท่วมวอดทั้งคัน วังจันทร์ – จ.ระยอง เสียชีวิต 2 ราย ขณะที่ การจราจรติดขัดสะสมเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกน้ำมัน เฉี่ยวชนกับรถจักรยายนต์ จุดเกิดเหตุ ถนนสาย 344 วังจันทร์ – จ.ระยอง ส่งผลให้รถบรรทุกน้ำมันเสียหลักพลิกตะแคง และเกิดระเบิดขึ้น มีไฟลุกท่วมรถอย่างรวดเร็ว และเป็นกลุ่มควันสีดำลอยพวยพุ่งขึ้นบนท้องฟ้า เป็นภาพที่ค่อนข้างน่าตกใจสำหรับผู้พบเห็น และไฟลุกลามติดสายไฟฟ้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระดมรถน้ำ เข้ามาฉีดสกัดเพลิงไม่ให้ลุกลาม ไปติดบ้านเรือนประชาชน เนื่องจากบริเวณใกล้กันมีห้องเช่าที่เป็นอาคารชั้นเดียว จำนวน 20 ห้อง อยู่ใกล้กันดด้วย แต่เพลิงยังไม่ลุกลาม จากอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้คนขับขี่รถจักรยานยนต์ กับคนซ้อน เสียชีวิตทันที ในที่เกิดเหตุ รวม 2 รายสำหรับการจราจร ในเส้นทางถางถนนสาย 344 วังจันทร์-ระยอง ช่วง ที่ผ่านจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรในฝั่งขาเข้า เปิดช่องทางพิเศษ ให้รถวิ่งสวนกันในฝั่งขาออก แทน ส่งผลให้การจราจรติดขัดสะสม