ของมันต้องมี! รวม 4 สนีกเกอร์ออกใหม่ประจำปี 2018

ฮัลโหลสาวๆ วัยใสหัวใจสตรีททุกคน คิดเหมือนกันไหมคะว่า เทรนด์ฮอตมาแรงที่คว้าหัวใจของผู้หญิงเราไปได้ แถมยังครองแชมป์เป็นอันดับหนึ่งมาหลายปีคงหนีไม่พ้นแฟชั่น ‘รองเท้าผ้าใบ’ แน่นอนเลยล่ะ ก็มันทั้งชิคแอนด์คูล เป็นแฟชั่นแบบ Unisex ที่ผู้หญิงใส่ได้ ผู้ชายใส่ดี (แต่ถ้าได้มาฟรี ๆ จะเริ่ดมาก) ที่สำคัญไม่ว่าสาวๆ อย่างเราจะหยิบ รองเท้าผ้าใบ ไปมิกซ์แอนด์แมทช์กับเสื้อผ้าสไตล์ไหนก็เข้ากั๊นเข้ากันแบบสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นลุควันชิลล์ๆ ใส่ไปทำงานแบบชิคๆ หรือจะใส่ไปเรียนก็ได้ลุคใสๆ บอกแล้วไงคะว่าลุคไหนก็รอด

ไนกี้

วันนี้เราเลยจะพาสาวๆ ไปส่อง 4 สนีกเกอร์ออกใหม่ประจำปี 2018 ที่สาวๆ สายสตรีทตัวจริงห้ามพลาด! บอกเลยว่าคัดมาให้ครบทุกสไตล์ หลากดีไซน์ หลายสี อ๊ะๆ แต่ขอเตือนไว้ก่อนเลยนะคะว่าให้ตั้งสติให้ดีๆ หายใจเข้าลึกๆ ก่อนเลื่อนลงไปดู เพราะไม่งั้นอาจล้มละลายได้แบบไม่รู้ตัว

ฝรั่งบินโดรนถ่ายหาดภูเก็ต บังเอิญโฟกัส จระเข้ ลอยทะเลตัวเป็นๆ

คนภูเก็ตขนลุก! ภาพชัด..ตัวเป็นๆ นักท่องเที่ยวฝรั่งบินโดรนแต่จับภาพ จระเข้น้ำเค็ม ลอยทะเลเอาไว้ได้ชัดเจน ตอกย้ำคำร่ำลือของชาวบ้านเมื่อหลายปีก่อน

(30 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวภูเก็ตต่างกำลังให้ความสนใจคลิปที่แชร์ส่งต่อในพื้นที่ หลังมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้ทำการบินโดรนขึ้นฟ้า เพื่อเก็บภาพถ่ายมุมสูงของหาดบางเทา จ.ภูเก็ต แต่ปรากฏว่าด้านนอกชายหาดนั้นบังเอิญพบบางอย่างลอยคออยู่ เมื่อหยุดและซูมโฟกัสใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นจระเข้ตัวใหญ่

คลิปภาพที่แชร์เอาไว้ผ่านทางเฟซบุ๊กคุณ Thon Thamrongnawasawat ที่ได้ระบุแจ้งข่าวเตือนภัยของจระเข้น้ำเค็มในพื้นที่หาดบางเทา หลังจากภาพถ่ายจากโดรนของ คุณไมค์ นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติบังเอิญพบจระเข้ตัวดังกล่าวเข้า ระหว่างกำลังเดินเล่นอยู่ริมหาด ทำให้กลายเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีจระเข้ในพื้นที่จริง

สำหรับกรณีดังกล่าวไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนกลับไปเมื่อปี 2556 เคยมีรายงานว่าชาวบ้านในพื้นที่หาดไม้ขาวพบเจอจระเข้เช่นเดียวกัน แต่เรื่องราวก็เงียบหายไป จึงไม่แน่ชัดว่าจะเป็นจระเข้ตัวเดียวกับที่เคยร่ำลือหรือไม่ หรืออาจจะรุ่นลูกรุ่นหลานของจระเข้น้ำเค็ม

เจ้าของเฟซบุ๊กยังเปิดเผยว่า ตามรายงานเคยมีประวัติพบจระเข้น้ำเค็มในฝั่งอันดามันที่เกาะตะรุเตา และหากใครเคยไปคลองพันเตมะละกา คงจำได้ว่าข้างในมีถ้ำจระเข้ แต่จะเป็นไปได้ไหมที่จะมีจระเข้ตามธรรมชาติเหลืออยู่ตั้งแต่สมัยนั้นจนถึงตอนนี้ แม้จะมีโอกาสน้อยแต่ก็น่าจะพอมีหลงเหลืออยู่บ้าง โดยเฉพาะในแถบประเทศเมียนมา หรือเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะเป็นจระเข้หลุดมาจากแหล่งเพาะฟาร์มจระเข้หรือไม่ แต่เชื่อว่าหลังจากกรณีดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเข้ามาดูแลและตรวจตราเรื่องความปลอดภัยให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม หลังจากคลิปหลักฐานดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ปรากฏว่ามีคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก หลายคนเชื่อว่าจระเข้น้ำเค็มในทะเลอันดามันยังคงมีอยู่จริง ถึงจะเคยมีแต่ข้อสันนิษฐานแต่คลิปดังกล่าวก็ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญ ถึงแม้ว่าบางส่วนยังไม่ปักใจเชื่อ มองว่าอาจเป็นภาพตัดต่อก็เป็นไปได้

จ่อสอบ 14 คนใกล้ชิด “ยิ่งลักษณ์” เผยวงจรปิดโรงแรมดัง ก่อนเผ่นหนี

หลังทีมข่าวพีพีทีวี ได้เผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดของโรงแรมชื่อดัง ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปนัดพบกับบุคคลใกล้ชิดทางการเมืองรวม 14 คน ภายในโรงแรม ก่อนที่จะหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ล่าสุด ทางตำรวจกำลังอยู่ระหว่างหาหลักฐานเพิ่มเติม

วันนี้ (29 ส.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงแรมชื่อดัง สามารถจับภาพของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กับ นายพิชิต ชื่นบาน หนึ่งในทีมทนายความคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โดยนัดพบกันเพื่อไปรับประทานอาหารกลางวันภายในโรงแรม ร่วมกับคนใกล้ชิดอีก 14 คน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา

ในจำนวนนี้มีนักการเมืองเพียงไม่กี่คน เช่น นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซนด์ หลานสาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะทำงานต่างประเทศของพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งนายพิชิต ชื่นบาน ทนายความ

ล่าสุด ทางตำรวจชุดทำคดียังอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากภาพวงจรปิดของโรงแรม โดยรับทราบเรื่องการนัดพบกันระหว่าง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับบุคคลใกล้ชิดที่โรงแรมดังกล่าวแล้ว

ส่วนจะมีการพิจารณาเรียกบุคคลทั้ง 14 คนมาพบหรือไม่ เป็นอำนาจของ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่รับผิดชอบคดีนี้ โดยขอให้ทางผู้บังคับบัญชาเป็นผู้ชี้แจงแต่เพียงผู้เดียว

ห่างหน้าหายตาไปจากวงการบันเทิงเลย สำหรับคุณแม่ลูกหนึ่ง แนน ปิยะดา ซึ่งตอนนี้ลูกสาวคนเดียว “น้องนาฬา” ก็กำลังน่ารัก มาเติมเต็มความสดใสให้ครอบครัว และครอบครัวนี้ยังน่ารัก ถึงจะไม่ค่อยได้เห็นออกสื่อกันเท่าไหร่ แต่ถ้าส่องอินสตาแรม จะเห็นถึงความอบอุ่นของพ่อแม่ลูบ้านนี้

ซึ่งล่าสุดแนน สามีและลูก ได้แพ็คกระเป๋ากันไปพักผ่อนที่ทะเลเกาะสมุย ท่ามกลางความฮอตของอากาศ ก็เห็นความฮอตของคุณแม่ ที่อุ้มลูกในชุดบิกินี่สุดแซ่บ เอวบางร่างเล็กมาก กราบหุ่นเอวเอสของคุณแม่ลูกหนึ่งจริงๆ แนน ปิยะดา หุ่นดีมากจริงๆ

ยายบรรเจิดศรี วัย 92 ปี หวนแสดง “สายโลหิต” มีความสุขแม้หลงลืม

เชื่อว่าใครที่ได้ดูละครสายโลหิต เวอร์ชั่น พ.ศ. 2538 จะต้องจดจำ “ย่านิ่ม” หญิงชราหัวใจแกร่งแห่งหรุงศรีอยุธยาได้ไม่ลืมเลือน ซึ่งรับบทโดยนักแสดงอาวุโส บรรเจิดศรี ยมาภัย โดยล่าสุดช่อง 7 สี นำละครเรื่องนี้กลับมารีเมคอีกครั้ง ได้ “ดวงดาว จารุจินดา” มารับบทย่านิ่มในเวอร์ชั่นใหม่ ทางด้าน คุณยายบรรเจิดศรี ก็ได้มาเป็นนักแสดงรับเชิญในเรื่องนี้ด้วย แม้ว่าจะอายุถึง 92 ปี และมีอาการหลงลืมตามวัย แต่การแสดงยังอยู่ในจิตวิญญาณ เล่นเทคเดียวผ่าน น้ำตาไหลสั่งได้สมเป็นนักแสดงมืออาชีพ

ศัลยา นักเขียนบทโทรทัศน์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพและเล่าเรื่องของแม่ผ่านเฟซบุ๊ก Salaya Sukanivatt ว่า…

“สายโลหิต 2561

คนแก่อายุ 92 มีความสุขที่สุด ในเวลาที่ต้องนั่งนอนอยู่กับบ้านไปไหนไม่ค่อยจะได้ หลานชายที่เป็นผู้จัดละครเรื่องนี้บอกให้เขียนบทให้ป้า ไม่มีในหนังสือก็เขียนเพิ่มไปเป็นคนแก่คนหนึ่งในอยุธยาแล้วกัน

ก่อนวันถ่ายหลายวันทีเดียว เมื่อรู้ว่าคิวถ่ายวันไหน แม่เริ่มอ่านบทที่มีเพียง2ฉาก อ่านเช้าสายบ่ายเย็นก่อนนอน เห็นบทติดตัวแม่ตลอดเวลา เบาใจว่าเอาล่ะถึงวันจริงไม่ทำกองถ่ายเสียเวลาแน่ ติ๋มผู้กำกับการแสดงที่ทำงานกับแม่มานานเป็นสิบๆปีไม่เล่นด้วย เตรียมหูฟังบอกบทผ่านเครื่องนี้ และนั่นคือความจริงเพราะแม่จำบทไม่ได้เลย แต่อารมณ์มาเต็มพูดตามที่ติ๋มกระซิบบอกด้วยเสียงสั่นเครือ น้ำตาไหลแบบสั่งได้ แม่บอกวันนี้รักติ๋มมากที่สุด555

สิ่งที่ดีที่สุดในวันนี้คือแม่ได้ย้อนเวลากับบรรยากาศที่คุ้นเคยและกับผู้คนที่แม่รักและรักแม่ นอกจากติ๋มที่เหมือนลูกหลานคนหนึ่ง ยังมีดาวที่เล่นเป็นลูกสาวคู่บุญกันมาหลายเรื่องจนเหมือนลูกสาวจริง ยังมีเม้าที่เล่นเป็นแม่บ้านดูแลกันในหลายเรื่องเช่นกัน เห็นเขาดีใจที่ได้พบกันรู้สึกตื้นตันไปด้วย

เสียงทักแม่ตั้งแต่ก้าวเข้ากองดังต่อเนื่องกัน บอกชื่อตัวเองเพราะแม่จำได้แต่หน้าชื่อลืมไปแล้ว เสียงท้าวความบอกว่าทำเรื่องโน้นเรื่องนี้กับแม่ เสื้อผ้าหน้าผมมะรุมมะตุ้มแต่งให้ ทุกคนคุย ยิ้มแย้ม หัวเราะ ตลอดเวลา

แม่เล่นเทคเดียวผ่าน อินเสิร์ตภาพบ้างนิดหน่อย ต่อจากนั้นเป็นรายการถ่ายรูป ช่วงเวลานี้ทุกคนแฮปปี้มากเท่าไรให้รูปบรรยายความ

ผ่านมาสามวัน สีหน้าแม่ยังมีความทรงจำถึงความสุขนั้น ต่อจากนี้แม้ว่าแม่จะลืมเรื่องราวต่างๆมากขึ้น แต่เชื่อว่าแม่จะไม่ลืมความรู้สึกที่ดีต่อใจแม่ในวันนั้นอย่างแน่นอน”

สื่อนอกตีข่าว “ยิ่งลักษณ์” จ่อขอลี้ภัยที่อังกฤษ ตร.เร่งหาแหล่งที่อยู่

เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบหาตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลังถูกศาลฎีกาฯออกหมายจับ โดยให้น้ำหนักว่าเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เตรียมทำเรื่องเพื่อขอสถานะลี้ภัยในสหราชอาณาจักร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การติดตามตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งหลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว

โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์แหล่งที่อยู่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศไทยหรือหลบหนีออกไปต่างประเทศ แต่ยอมรับว่าจากการแนวทางการสืบสวนค่อนข้างให้น้ำหนักไปทางหลบหนีออกนอกประเทศเป็นหลัก ส่วนขั้นตอนการติดตามจับกุมตัวคงจะต้องตรวจสอบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศใด เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามจับกุมตัวต่อไป

ส่วนการขอหมายค้นตามบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทั้งในกรุงเทพฯและที่จังหวัดเชียงใหม่นั้น เบื้องต้นทางตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา พร้อมกับได้กำชับสั่งการไปยังตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ และตามด่านตรวจคนเข้าเมืองชายแดนต่างๆ เพื่อตรวจสอบให้แน่ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินทางออกนอกประเทศด้วยวิธีใด

ขณะที่สำนักข่าวต่างประเทศส่วนใหญ่ ได้รายงานตรงกันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางหลบหนีออกจากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 สิงหาคม โดยเดินทางต่อไปที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือดูไบ และมีแผนเตรียมที่จะทำเรื่องเพื่อขอสถานะลี้ภัยในประเทศอังกฤษ แต่จากการข่าวล่าสุดขณะนี้ ก็ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมเดินทางไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในวันพรุ่งนี้ (28 ส.ค.) เพื่อให้พิจารณาสอบสวน พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปล่อยปละละเลยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นจำเลยคนสำคัญหลบหนีออกจากประเทศไทย เพราะก่อนหน้านี้เป็นที่ทราบกันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถูกฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร ตำรวจ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา แต่กลับไม่มีใครทราบว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลบหนีออกนอกประเทศไปด้วยวิธีใด และเมื่อใด

โยมอย่าเพิ่งไป! เอา ‘สังฆทานตัวใหญ่’ มาปล่อย รับพรไปเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อน

ที่ จ. นครศรีธรรมราช เจ้าอาวาสวัดดังสุดทน !!! เตือนสติญาติโยม ปล่อยสุนัขที่วัดกลางดึก ให้พรรับสังฆทานผ่านกล้องวงจรปิด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (26 ส.ค. 60) โลกโซเชียลมีการเผยแพร่คลิปกล้องวงจรปิดวัดชื่อดังแห่งหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช เป็นคลิปรถยนต์นำสุนัขมาปล่อยภายในวัดกลางดึก โดยคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่จากเพจชื่อดัง “เมือง ทุ่งสง” พร้อมโพสต์ “ # สังฆทานตัวใหญ่ มิติใหม่แห่งการถวายทานพระ เอาหมามาปล่อยวัดที่วัดร่อนนา (พระแม่เศรษฐี) อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช

#สังฆทานตัวใหญ่ มิติใหม่แห่งการถวายทานพระ เอาหมามาปล่อยวัด ที่วัดร่อนนา(พระแม่เศรษฐี) อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีฯ

เป็นคลิปกล้องวงจรปิดที่บันทึกเหตุการณ์ ขณะรถยนต์สีขาวคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดในวัด ก่อนจะเปิดประตูรถปล่อยสุนัขสีขาวลงจากรถ แล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นสุนัขสีขาวตัวดังกล่าวก็ถูกสุนัขภายในวัด 3 – 4 ตัว วิ่งไล่กัดอย่างน่าสงสาร

โดยคลิปดังกล่าวได้มีเสียงพระสงฆ์รูปหนึ่งกล่าวคำรับสังฆทาน จับใจความได้ว่า “อาตมภาพ ก็ขออนุโมทนาด้วยใจที่เป็นกุศลและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา ถึงแม้จะไม่มีพระคุณเจ้ารับสังฆทาน แต่คุณโยมก็ยังผลักสังฆทานตัวใหญ่ลงจากรถ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จริงๆ คุณโยมน่าจะมากันตอนเช้า เพื่อจะได้รับพรจากพระคุณเจ้าเพื่อเป็นสิริมงคล เสริมสร้างบารมีแก่คุณโยมและครอบครัว วงศาคณาญาติ อาตมาก็ไม่มีอะไรจะตอบแทน นอกเสียจากนิมนต์พระคุณเจ้ามาเจริญชัยมงคลคาถาให้กับคุณโยม ที่ให้สุนัขเป็นทาน ทุกๆท่าน ก็โปรดช่วยกันแชร์เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีกับชนรุ่นหลังสืบต่อไป เจริญพร”

โดยพระมหายุทธศักดิ์ ฐานากะโร ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดร่อนนา เล่าว่า ที่นำไปโพสต์ก็เพื่อต้องการเตือนสติญาติโยมทั้งหลายที่คิดจะนำสุนัขมาปล่อยที่วัด ขอให้สงสารสุนัข เพราะเค้าก็มีหัวใจ มีความรู้สึก สงสารเค้าเถิด หากคิดจะเลี้ยงเค้าตั้งแต่ตอนแรกแล้ว ก็ขอให้มอบความรัก เลี้ยงดูเค้าจนกว่าจะตายจากกันไป อย่านำเค้ามาทิ้งที่วัดเลย สงสารเค้า ที่สำคัญจะเป็นภาระให้กับวัด ให้กับพระ…

ดราม่า บีม ศรัณยู อัดคลิปซิ่ง 200 กม./ชม.บนทางด่วน ปัดเมายา

หนุ่ม “บีม ศรัณยู” อัดคลิปขับรถด้วยความเร็ว 200 กม./ชม. บนทางด่วน ชาวเน็ตรุมฉะยับ เจ้าตัวปัดเมายา เป็นช่วงรถโล่ง ลองเสียงท่อให้ลูกค้าดู รถคันอื่นสวนก็จะผ่อนความเร็วลง

กลายเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันบนโลกโซเชียล อีกแล้ว กรณี นักแสดงและพิธีกร บีม ศรัณยู ประชากริช หลังจากเจ้าตัวได้ โพสต์คลิปทาง อินสตาแกรม (IG) ส่วนตัว เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 26 สิงหาคม เป็นคลิปที่บีม ศรัณยู โชว์ขับรถซิ่งบนถนนที่คาดว่าน่าจะเป็นทางด่วน พร้อมแคปชั่นว่า “สุดซอย ร้อยยี่ #BeamSaranyoo”

หลังจากที่ พิธีกรหนุ่มได้โพสต์คลิปดังกล่าวแล้ว ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และวิจารณ์ว่าขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ก่อนที่เพจดังก็ได้นำคลิปดังกล่าวมาแชร์ และตำหนิพฤติกรรมของดาราหนุ่มแบบจัดหนักชุดใหญ่ทำให้มีสมาชิกของทางเพจ เข้ามาแสดงความคิดเห็น ต่อว่าและวิจารณ์กันอย่างร้อนระอุโลกโซเชียล

เจ้าตัวได้ให้สัมภาษณ์รายการ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ ว่า เหตุการณ์ในคลิปนั้น คือตนเองจริงๆ เนื่องจากในช่วงนั้นเห็นว่าบนทางด่วนรถโล่ง จึงขับรถเพื่อลองเสียงท่อ อยากให้ลูกค้าดู เพราะเตรียมที่จะขาย พอขับผ่านรถคันอื่นก็จะผ่อนความเร็วลง พอเข้าสู่ถนนโล่งก็จะเร่งความเร็ว ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ผิด และจะจำเป็นบทเรียนยืนยันว่าไม่ได้เมายา เพราะตัวเองเป็นคนออกกำลังกาย ไม่มีทางทำร้ายตัวเองอย่างแน่นอน

คดีพลิก สาวอ้างผัวถูกยัดยา-ซ้อมตาแตก ตำรวจโต้วิ่งหนีแล้วล้มเอง

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความ ว่า “ช่วยกันแชร์หน่อยนะคะ ด่านตรวจรถบ้านลาด ตำรวจรังแกประชาชนคุณมีสิทธิ์อะไรมาซ้อมสามี ปันขนาดนี้ คุณเรียกรถตรวจแจ้งข้อหามียาเสพติดในครอบครอง 3 เม็ดแต่หลักฐานก็ไม่มี แต่คุณพาสามีฉันไปซ้อมหลังป้อม คุณรังแกประชาชนเกินไป ฉันไปเห็นสภาพสามีฉันที่โรงพยาบาลบ้านลาดแล้วรับสภาพไม่ได้จริงๆ เหตุเกิดเวลา 18.00 น. ณ ป้อมบ้านลาด แพทย์วินิจฉัยกระดูกตาแตก ช้ำอาเจียนเป็นเลือดตลอดเวลา ขอความเป็นธรรมด้วย ช่วยกันแชร์ด้วยนะคะมีตำรวจแบบนี้อยู่ประชาชนจะอยู่อย่างไร (ส่วนตำรวจท่านที่ดีๆก็มีนะคะที่บ้านลาด) ปันขอประนามตำรวจที่ทำสามีปันและไม่ยอมออกมารับผิดชอบเท่านั้นเอง”

ซึ่งข้อความดังกล่าวได้มีการแชร์ต่อไปหลายครั้งและมีผู้โพสต์แสดงความเห็นไปในวงกว้าง

ต่อมาเวลา 17.30 น. (26 ส.ค.) พ.ต.อ.เชิญ พรายมี ผกก.สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่ ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านลาด ได้ตั้งด่านตรวจด่านสกัดสกัด บริเวณ ถ.เพชรเกษม ตามคำสั่งของกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ขณะเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.00 น.เศษ เจ้าหน้าที่พบรถยนต์กะบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ทะเบียน บษ 8150 ราชบุรี ขับเข้ามาที่ภายในด่าน

ภายในรถพบชายคนดังกล่าวทราบชื่อภายหลังคือ นายจิรศักดิ์ อายุ 34 ปี ชาว อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นผู้ขับรถเพียงคนเดียว สภาพไว้หนวดเคราและสักยันต์ มีลักษณะท่าทางมีพิรุธจึงขอตรวจค้น ซึ่งผลการตรวจค้นพบยาบ้าจำนวน 3 เม็ดที่กระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านขวา เจ้าที่ผู้ต้องหาหลบหนีวิ่งหลบหนี ตำรวจได้วิ่งตามไปและสามารถจับกุมตัวได้ จากนั้นนายจิรศักดิ์ก็พูดขึ้นว่า “พี่ผมนักเลงพอ ผมไม่หนีแล้วพี่ ปล่อยผมเถอะ” ตำรวจทั้งสองนายจึงปล่อยตัวและเดิมตามหลังมาที่ตู้จุดตรวจ แต่นายจิรศักดิ์ กลับฉวยโอกาสวิ่งหลบหนีอีกครั้งโดยวิ่งไปทางด้านหลังของตู้จุดตรวจด้านทิศตะวันตก มุ่งหน้าลงทุ่งนา

เจ้าที่ตำรวจเร่งติดตาม แต่นายจิรศักดิ์ก้าวพลาดลงไปในพื้นต่างระดับจากถนน ซึ่งลึกประมาณ 1 เมตร หน้าพุ่งลงไปในกอต้นกระถิน และตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่วิ่งติดตามไป เมื่อตำรวจเข้าไปช่วยก็พบว่าเข้าไปช่วยเหลือและพบว่าที่บริเวณ ตาข้างซ้ายนายจิรศักดิ์มีบาดแผล จึงนำส่งโรงพยาบาลบ้านลาดทำการรักษา และได้ให้แพทย์ทำการตรวจปัสสาวะพบ เป็นสีม่วง จึงควบคุมตัวดำเนินคดี โดยแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายจิรศักดิ์ ประกอบด้วย 1 มียาเสพติดไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย 2.เป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษประเภทโดยผิดกฎหมาย และ 3.เสพยาเสพติดให้โทษประเภท โดยผิดกฎหมาย

ซึ่งนายจิรศักดิ์ ได้ขอประกันตัวโดยอ้างว่าบาดเจ็บมาก จึงอนุญาตให้ประกันตัวไปเพื่อรักษาพยาบาล กระทั่งมาพบว่า มีผู้มาโพสต์ภาพและข้อความบนเฟซบุ๊กดังกล่าว

หลังเกิดเหตุพบ มีคราบเลือดติดอยู่ที่บริเวณตอไม้ในกอต้นกระถินดังกล่าว ซึ่ง สภ.บ้านลาด ได้ให้ตำรวจวิทยาการมาเก็บคราบเลือดในที่เกิดเหตุและไปขอเก็บเนื้อเยื่อจากตัวนายจิรศักดิ์ที่รพ.พระจอมเกล้า เพื่อตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบไว้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีแล้ว ขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ และไม่ได้ทำการทำร้ายผู้ต้องหาดังที่ถูกกล่าวหา ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ต้องหาหลบหนีการจับกุมเอง

ด้านนายชุติพล อายุ 59 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ซึ่งมีบ้านพักอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 50 เมตร เล่าว่าขณะเกิดเหตุ ตนนั่งอยู่บริเวณข้างบ้านพบเห็นชายคนดังกล่าววิ่งหลบหนีเจ้าที่ตำรวจมาในทิศทางลงทุ่งนา ขณะวิ่งหลบหนีชายคนดังกล่าวได้ ลื่นล้มตกไปในพื้นที่ต่างระดับระหว่างพื้นถนนกับท้องนาซึ่งสูงประมาณ 1 เมตร หน้าผู้ต้องหาได้พุ่งลงไปในกอต้นกระถินซึ่งมีตอขนาดใหญ่อยู่ และได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ยืนยันว่าไม่เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการซ้อมผู้ต้องหาแต่อย่างไร ตนสามารถเป็นพยานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

คนจีนแทบช็อก จับได้แม่บ้านโรงแรมใช้ผ้าขนหนูแขกเช็ดส้วม

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า แขกผู้เข้าพักโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองจี้หนาน มณฑลซานตง เกิดความสงสัยเกี่ยวกับการทำความสะอาดของพนักงานที่โรงแรมแห่งนี้ เนื่องจากแคลงใจว่าอาจจะเอาผ้าขนหนูเช็ดหน้าของแขกไปใช้เช็ดถูห้องน้ำด้วย เขาจึงตัดสินใจตั้งกล้องแอบเก็บภาพพฤติกรรมของพนักงานทำความสะอาด

ระหว่างผลลัพธ์ที่ได้ออกมานั้น ก็เป็นไปตามที่เขาสงสัยจริงๆ ภาพจากกล้องที่ติดตั้งเอาไว้ในห้องน้ำของห้องพัก พบเห็นแม่บ้านของโรงแรมเข้ามาทำความสะอาดห้องพักในช่วงบ่ายแก่ๆ การทำความสะอาดที่เป็นไปตามปกติ กระทั่งมาถึงส่วนของห้องน้ำ แม่บ้านก็หยิบเอาผ้าขนหนูเซ็ทเก่าออกไปตามระเบียบ แต่กลับถูกผ้าขนหนูผืนหนึ่งเอาไว้

หลังจากนั้น แม่คนดังกล่าวก็เดินเข้ามาเริ่มทำความสะอาดห้องน้ำ โดยเริ่มจากขัดถูกโถส้วม เมื่อเสร็จแล้วก็นำเอาผ้าขนหนูของแขกที่เตรียมเอาไว้ไปเช็ดถูต่ออีกรอบ ก่อนจะนำผืนเดียวกันนั้นมาเช็ดล้างบริเวณอ่างล้างหน้าและกระจกด้วย
แขกผู้เข้าพักดังกล่าวได้ไปสอบถามพนักงานต้อนรับของโรงแรมด้านล่าง เบื้องต้นก็ได้รับการปฏิเสธ แต่เมื่อโชว์ภาพหลักฐานให้ดูก็ต้องยอมจำนน พร้อมกับขอโทษแขกผู้เข้ามาพัก น้อมรับเรื่องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและปรับปรุงต่อไป

อย่างไรก็ตาม คลิปวิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ออกไปในอินเตอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว ชาวจีนมากมายเห็นด้วยกับความเห็นที่ว่า “ไปพักโรงแรมไหนก็ตามควรพกผ้าขนหนูและอุปกรณ์แปรงฟันไปด้วยเสมอ” ทั้งยังมีคนออกตัวว่าเป็นอดีตแม่บ้านโรงแรมมาเล่ประสบการณ์เบื้องหลังอีกด้วย