สลด! แว้น 20 คันยึดถ.เกษตรนวมินทร์แข่งรถ ชนหนุ่มผู้ร่วมทางดับคาที่ 1 ราย

กลุ่มเด็กแว้นกว่า 20 คัน แข่งขันรถบน ถ.เกษตรนวมินทร์ ช่วงแยกอเวนิว มุ่งหน้าม.เกษตรฯ ด้วยความเร็วเสียหลักชน หนุ่มอายุ 30 ปี ผู้ร่วมทางเสียชีวิต 1 ราย และมีเยาวชน 18 ปีเจ็บ 1 ราย ก่อนพากันแยกย้ายหลบหนี 24thminute.com

เมื่อเวลา 00:05 วันนี้ (7 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับแจ้งอุบัติเหตุ บนถนนเกษตรนวมินทร์ ขาออกมุ่งหน้าอุโมงค์บางเขน ช่วงตอม่อที่ 96 มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกครามร่วมตรวจสอบในจุดที่เกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย โดยคนที่ 1 พบเยาวชนชาย ประมาณอายุ 18 ปี ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่น PCX สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 4กฬ 1129 กรุงเทพมหานคร มีอาการบาดเจ็บตามร่างกาย แผลถลอก

ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งคัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 2กถ 2375 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายอัครเดช อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งบาดเจ็บอาการสาหัส ขาหักและมีโลหิตไหลออกจากปาก

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือ แต่อาการสาหัสมากจึงขอสนับสนุนรถกู้ชีพ จากสำนักงานการแพทย์กรุงเทพมหานคร จากจุดจอดรามอินทรา ร่วมสนับสนุน แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ จึงเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ

จากการสอบถามประชาชน ผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เล่าว่า ได้พบเห็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ ประมาณ 20 กว่าคัน กำลังแข่งขันบนถนนเกษตรนวมินทร์ ช่วงแยกอเวนิว มุ่งหน้าม.เกษตรฯ

เมื่อมาถึงในจุดที่เกิดเหตุ ช่วงตอม่อที่ 96 กลุ่มรถจักรยานยนต์ที่แข่งขันกันเกิดเสียหลัก ไปชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวพอรถจักรยานยนต์ล้มแล้วไม่บาดเจ็บมาก ต่างพากันรีบนำรถยนต์ที่ขับขี่ขับหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ

ทางด้านพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ร.ต.ท.อนุชาติ โคตรสีเขียว ได้เดินทางมาสอบสวนในจุดที่เกิดเหตุ โดยจะสืบหาข้อมูลเพื่อมาประกอบคดี และดำเนินการติดตามกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวต่อไป

ปลิงประหลาดกัดคุณยายอ่างทอง วัย 80 ปี เกิดมาไม่เคยเจอ

อ่างทองพบอีก ปลิงประหลาด ตัวสีดำคาดเหลือง กัดเท้ายายวัย 80 ปี ขณะกำลังเก็บดอกหญ้ากลางทุ่งนา 24thminute.com

พบอีกปลิงประหลาดตัวขนาดใหญ่ยาวดำคาดเหลืองเป็นปล้องๆ กัด นางสมจิต อายุ 80 ปี อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีบาดบาดแผลที่ข้อเท้าด้านซ้าย ที่ถูกปลิงประหลาดกัดเป็นรูปสามแฉก กว้างยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ขณะที่เก็บดอกหญ้าในนาข้าว กลางทุ่งนาคลองทางควาย หมู่ที่ 2 ตำบลตลาดใหม่ จึงรีบเดินทางกลับเข้าบ้าน

หลังจากนั้นได้ทำความสะอาดล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์เมื่อผ่านมา 2 วัน พบว่าเริ่มบวมซ้ำและเป็นหนอง ทางญาติทราบเรื่องว่าเป็นปลิงกัดและจากคำบอกเล่าลักษณะของปลิง มีลักษณะคล้ายกับปลิงที่กัดชาวบ้าน เขตในอำเภอเมืองอ่างทอง เพื่อความสบายใจจึงได้พายายสมจิตพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูพบว่าอาการ ซึ่งเป็นปกติอาการปลอดภัยดี

ลูกสาวของคุณยาย กล่าวว่า ปกติชาวนาจะพบปลิงควายกัดเป็นประจำ และผู้เป็นแม่คือนางสมจิต ก็ลงน้ำในคลองเก็บผักบุ้งเป็นประจำ โดนปลิงควายกัดเป็นประจำ แต่บาดแผลก็ไม่เป็นรูปสามแฉก และครั้งนี้ที่ถูกปลิงประหลาดกัดในนาข้าว ขณะออกเก็บดอกหญ้า และมีบาดแผลขนาดใหญ่

ส่วนปลิงที่กัดแม่นั้น แม่บอกว่ามีลักษณะลำตัวดำขนาดใหญ่ มีสีเหลืองคาดเป็นปล้องๆ คล้ายกับปลิงที่เป็นข่าวกัดคน แต่ว่าไม่ทราบเป็นปลิงชนิดใด ในตอนนี้แม่หายเป็นปกติดีแล้ว แต่ยังคงเห็นร่องรอยบาดแผลเป็นรูปสามแฉกอยู่ที่ข้อเท้าด้านซ้าย

 

ฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง “นายแพทย์” หายตัวบนสะพาน คาดโดดลงแม่น้ำชี

กล้องวงจรปิดจับภาพนายแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จอดรถ ทิ้งกุญแจ มือถือ และรองเท้าข้างสะพาน ก่อนหายตัว คาดกระโดดสะพานแม่น้ำชีฆ่าตัวตาย พบประวัติป่วยโรคซึมเศร้าและเครียดเรื่องงาน imperial-business-blog.com

(29 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 พ.ต.ท.มณี สารขัน ร้อยเวร สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน. กท 5970 ร้อยเอ็ด จอดอยู่ริมถนนสายอำเภอกมลาไสย-อำเภอจังหาร ติดกับสะพานข้ามแม่น้ำชี บริเวณ ต. เจ้าท่า อ. กมลาไสย ซึ่งเป็นรอยต่อ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ โดยจากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของรถคือ นายแพทย์ไพสันต์ อายุ 45 ปี

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บริเวณป้อมตำรวจ ซึ่งอยู่ในระยะไกลสามารถจับภาพรถยนต์คันดังกล่าวขับมาจาก อ.จังหาร มาจอดที่บริเวณเชิงสะพานก่อนที่จะมีชายลงมาจากรถแล้วเดินขึ้นไปบนสะพาน แต่ไม่เดินกลับมา อย่างไรก็ตามจากการสอบถามชาวบ้านทราบว่านายแพทย์คนดังกล่าวนั่งอยู่บนราวสะพานเมื่อเวลาประมาณ 20.00 ของวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จึงได้เข้าไปเตือนแต่หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที ได้เดินไปดูอีกครั้งปรากฏว่าไม่พบตัวแล้ว โดยพบเพียงกุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ และรองเท้าหนังสีน้ำตาลวางอยู่บริเวณราวสะพาน จึงคาดว่านายแพทย์ไพสันต์ได้กระโดดลงจากสะพานลงไปในแม่น้ำชี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสยจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของกู้ชีพนครสาเกตุร้อยเอ็ด ร่วมกับกู้ชีพกุดหว้า และกู้ชีพสว่างกาฬสินธุ์ ได้ระดมดันลงค้นหาในแม่น้ำชี ซึ่งน้ำไหลเชี่ยวจนค่ำมืดแต่ยังไม่พบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใดท่ามกลางชาวบ้านที่มุ่งดูเหตุการณ์

พ.ต.ท.มณี สารขัน ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็นรถเก๋งขับมาแล้วจอด จากนั้นมีชาย ซึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายแพทย์ไพสันต์ ลงจากรถแล้วเดินขึ้นไปบนสะพาน นอกจากนี้จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พบว่าเห็นนายแพทย์ไพสันต์ นั่งอยู่บนราวสะพาน จึงได้เข้าไปเตือน จากนั้นเวลาผ่านไปไม่นานก็ไม่เห็นตัวนายแพทย์ไพสันต์ พบเพียงโทรศัพท์มือถือ รองเท้าและกุญแจรถที่วางอยู่บนสะพาน และจากการตรวจสอบภายในรถพบข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์ต่างๆอยู่ครบ ทั้งโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า สร้อยคอทองคำ อุปกรณ์การแพทย์

ทั้งนี้ต่อมามี นายสมชาย อายุ 54 ปี พี่ชายนายแพทย์ไพสันต์ ได้เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นของน้องชาย ซึ่งหายออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน และจากการสอบถามญาติพี่น้อง และเพื่อน รวมทั้งสถานที่ทำงาน ก็ไม่มีใครพบเห็นและขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้การจากสอบถามญาติและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์พบว่า นายแพทย์ไพสันต์นั้นเป็นโรคซึมเศร้า และเครียดกับเรื่องงาน เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง โดยการกินยาเกินขนาด และขับรถด้วยความเร็วแล้วดึงเบรกมือจนรถเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่สามารถฆ่าตัวตายได้สำเร็จ ครั้งนี้คาดว่าน่าจะกระโดดลงไปในแม่น้ำชี เพื่อฆ่าตัวตายอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหา แต่เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุมีน้ำไหลเชี่ยวและมืดจะยากต่อการค้นหาและขณะนี้ยังคงไม่พบร่าง

อย่างไรก็ตามสำหรับนายแพทย์ไพสันต์นั้นปัจจุบัน ได้หย่าขาดจากภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์และแยกกันอยู่มาประมาณ 5 ปีเศษแล้ว มีบุตรด้วยกัน 1 คน กำลังเรียนคณะแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นี่โจรหรือปลวก โอดถูกยกเค้า 12 ครั้งซ้อน ล่าสุดลูกบิด-กลอนยังไม่เว้น

โจรแสบแอบงัดบ้าน 12 ครั้ง ทรัพย์สินหายไปเกือบทั้งหลังแล้ว เจ้าของสุดเซ็ง เพราะล่าสุดมาถอดเอาสายไฟ ลูกบิด กลอน และหน้าต่าง วอนตำรวจช่วยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ อายุ 46 ปี ได้ร้องเรียนว่าถูกขโมยขึ้นบ้านกวาดเอาทรัพย์ไปจนหมดทั้งหลังแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายสมบัติและครอบครัว รวมทั้งญาติๆ มานั่งอยู่ที่หน้าบ้าน จากนั้นได้นำเข้าสำรวจบริเวณบ้าน ซึ่งพบว่าปลูกติดอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงกระบี่-อ่าวลึก หมู่ 4 ต.เขาคราม สภาพเป็นบ้านเดี่ยวเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ สร้างกำแพงคอนกรีตล้อมรอบบ้านอย่างดี

ภายในบ้านพบเห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลืออยู่ ที่หน้าต่างมีการถอดเอาไป สายไฟฟ้าภายในบ้านถูกตัดจนหมด ไม่เว้นแม้ปลั๊กไฟ สวิตซ์ปิด-เปิดไฟก็หายไปด้วย นอกจากนั้นที่ประตูห้องต่างๆ ยังถูกคนร้ายถอดเอาลูกบิดและกลอนไปเช่นกัน

นายสมบัติ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวนี้ ปัจจุบันจะแวะกลับมาเดือนละครั้งสองครั้ง เพราะได้ไปสร้างบ้านอีกหลังอยู่ในสวนที่ต่างตำบล แต่มาในช่วง 2 ปีนี้ได้ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเอาทรัพย์สินไปจนหมด ในช่วงแรกๆ คนร้ายขโมยเอาพวกหม้อข้าว จานชาม เตาแก๊ส ไปก่อน

ต่อมาคนร้ายก็เริ่มขโมยเอาทรัพย์สินอื่นๆ ไป จนกระทั่งวันนี้โจรได้ขโมยสายไฟ ปลั๊ก สวิตซ์ไฟ หน้าต่าง กลอน และลูกบิดไปอีก รวมทั้งสิ้น 12 ครั้งแล้ว ทุกครั้งก็จะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เคยจับคนร้ายได้แม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากจะวิงวอนให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย

พัทยาวุ่น! สาวลอยคอกลางทะเล รอแฟนหนุ่มว่ายน้ำตามง้อ จนท.ช่วยปลอดภัยแล้ว

สาวเมาทะเลาะแฟนหนุ่ม ออกว่ายน้ำลอยคอกลางทะเล เพื่อนตามกลับไม่กลับ อ้อนให้แฟนหนุ่มว่ายน้ำตามไปง้อกลับเข้าฝั่ง พลเมืองดีเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยวุ่น พานักท่องเที่ยวแตกตื่นทั้งชายหาดพัทยา

เมื่อเวลา 02.30น. วันนี้ (26 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนว่ายน้ำออกไปกลางทะเลหวังฆ่าตัวตาย เหตุเกิดบริเวณชายหาดพัทยา ตรงห้ามปากซอยพัทยา 8 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางทะเลรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก ที่กลางทะเลมีชายไทย (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุประมาณ 30-35 ปี ว่ายน้ำออกไปช่วยแฟนสาวที่ลอยคออยู่กลางทะเล โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรอให้การสนับสนุนอยู่บนชายหาด เมื่อฝ่ายชายว่ายไปถึงตัวของฝ่ายหญิง ก็มีการขัดขืนไม่ให้ช่วยเหลือ แต่ฝ่ายชายก็พยายามจะลากเข้าฝั่ง

จนกระทั่งเรือกู้ภัยทางทะเลมาถึง จึงได้เข้าช่วยเหลือขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย เมื่อขึ้นมาบนหาดทรายฝ่ายหญิงซึ่งมีผิวขาวน่าตาดี ไม่มีอาการตกใจใดๆกลับอยู่ในสีหน้ายิ้มแย้มดีใจที่แฟนหนุ่มว่ายน้ำออกไปช่วย ทำให้ประชาชนที่เข้ามายืนเฝ้าดูเอาใจช่วยให้ปลอดภัยพากันต่อว่าต่างๆนาๆ

สอบถามกลุ่มเพื่อนของฝ่ายหญิงไม่ได้เปิดเผยชื่อ เล่าเพียงว่าฝ่ายหญิงมีปากเสียงกับแฟนหนุ่ม แล้วเกิดน้อยใจว่าแฟนไม่สนใจ จึงเดินลงทะเลและว่ายน้ำออกไปอยู่กลางทะเล เพื่อนก็ว่ายออกไปตามกลับมา แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมจะขอลอยคออยู่แบบนี้ ผ่านไปประมาณ 20 นาทีฝ่ายชายจึงต้องว่ายน้ำตามออกไปช่วยฝ่ายหญิงจึงยอมเข้าฝั่งดังกล่าว

นศ.ปี 1 ดับเปลือยคาห้องน้ำ คาดกินยาลดน้ำหนักจนช็อก

หนุ่มมหาวิทยาลัยดัง ย่านบางนา วัย 19 ปี นอนเสียชีวิตเปลือยปริศนา คาห้องน้ำ เบื้องต้น เจอยารีดไขมัน 2 ขวด คาดอาจกินยาจนช็อกขณะเข้าห้องน้ำ หน้าฟาดพื้นดับ

วันที่ 24 พ.ค. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ ร.ต.อ.วิชาญ ไลไธสง ได้รับแจ้งว่า มีชายเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ 1 ราย ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซอยศรีด่าน 16 หมู่ 5 ต.สำโรงเหนือ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ไปตรวจสอบ imperial-business-blog.com

ที่เกิดเหตุ เป็นแมนชั่น 7 ชั้น บริเวณห้องพักห้องหนึ่ง ชั้น 5 พบประตูล็อกจากด้านใน เจ้าหน้าที่ของอาคารจึงเอากุญแจสำรองมาเปิด พบห้องรก เสื้อผ้าเกลื่อนห้อง ในห้องน้ำพบศพ นายบิ๊ก (นามสมมติ) วัย 19 ปี นักศึกษา ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ย่านบางนา เสียชีวิตในห้องน้ำ สภาพเปลือยกายคว่ำหน้า คาดว่าเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง โดยบนตู้เย็นพบขวดยาลดน้ำหนัก ซึ่งเปิดกินไปแล้ว วางอยู่ 2 ขวด

สอบถามเพื่อนผู้ตาย เล่าว่า ผู้ตายไม่มีโรคประจำตัว แต่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายดื่มน้ำเยอะมาก ดื่มวันละ 4-5 ลิตร โดยต้องแวะร้านน้ำตลอด และเมื่อวันอาทิตย์ได้กินหมูกระทะ แล้วเกิดอาการแน่นหน้าอก ผู้ตายจึงขอกลับก่อน

โดยเมื่อวานตอน 19.30 น. ผู้ตายโทรมาบอกให้ตนมานอนเป็นเพื่อน พอมาถึงแมนชั่นตอน 01.00 น. ก็ไม่สามารถติดต่อเพื่อนได้ จึงไลน์บอกว่า ถ้าตื่นแล้วให้ติดต่อกลับมาที่ตน หรือแม่ผู้ตายด้วย จากนั้นจึงเดินทางกลับ และไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้อีกเลย

ต่อมา ได้เดินทางมาที่ห้องผู้ตายอีกครั้ง แต่ประตูถูกล็อกจากข้างใน จึงเรียกช่างมาเปิดประตู พบว่าเพื่อนนอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้สอบปากคำเพื่อนของผู้ตาย และเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุไปตรวจสอบ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต จะเกี่ยวกับยาลดน้ำหนักที่กินเข้าไปหรือไม่นั้น ต้องรอผลชันสูตรจากสถาบันนิติเวชอีกครั้ง

เสี่ยเจ้าของร้านอาหารดัง โทรสั่งลาลูก-โดดเจ้าพระยาทั้งที่ยังถือสาย

เจ้าของร้านอาหารดัง ย่านปากเกร็ด พบเป็นศพเสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยา พบก่อนตายแชทสั่งลา โทรหาลูก แล้วกระโดดน้ำทั้งๆ ที่ยังไม่ได้วางสาย

(24 พ.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ร.ต.ท.เจษฎา เหมโก รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด ได้รับแจ้งเหตุชายเสียชีวิตลอยอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณวัดกลางเกร็ด หมู่ 1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงพร้อมด้วยแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต๊กตึ้ง รีบรุดไปตรวจสอบ 24thminute.com

จากการตรวจสอบพบศพชาย ทราบชื่อคือ นายมานพ อายุ 67 ปี เป็นเจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง ริมถนนปากเกร็ด เพื่อนบ้านของผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ลูกของผู้ตายได้เล่าให้ฟังว่า ก่อนเสียชีวิตพ่อได้โทรศัพท์และส่งข้อความแชทมบอกลูกว่า “พ่อจะไปแล้วนะ จะไม่เจอกันแล้วนะ อีก 3 วัน รู้เรื่อง” โดยผู้ตายโทรคุยกับลูกไปด้วย หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงกระโดดน้ำดังตูม กระทั่งในวันนี้มาพบเป็นศพ

สำหรับสาเหตุของการกระโดดน้ำฆ่าตัวตายครั้งนี้ คาดว่ามาจากปัญหาสุขภาพ จึงเกิดความเครียดหาทางออกด้วยการกระโดดแม่น้ำเจ้าพระยาฆ่าตัวตายหนีปัญหา เบื้องต้นมอบศพให้มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชก่อนติดต่อให้ญาติมารับไปดำเนินการตามประเพณีต่อไป

ขยาดหมายเรียกถึงบ้าน ลูกจ้างแค่วันเดียว รีบจูงรถเอามาส่งคืนให้

ร้านข้าวต้มชื่อดังเมืองขอนแก่นเตือนภัย มิจฉาชีพแฝงตัวมาในคราบลูกจ้าง สมัครเข้าทำงานได้วันเดียวกลับออกลายโจร ก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์เพื่อนร่วมงาน อ้างยืมไปซื้อบุหรี่

เมื่อคืนวานนี้ (22 พ.ค.) นายวิชัย พนักงานร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. เขตเทศบาลนครขอนแก่น พาผู้สื่อข่าวดูสภาพของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีราโน่ สีดำ-ขาว ที่ถูก นายชนเทพ อายุ 29 ปี อดีตเพื่อนร่วมงานที่ร้านข้าวต้ม ก่อเหตุขโมยไปในช่วงกลางดึกของวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ก่อนที่ นายชนเทพ จะนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปกลับมาคืนให้ในอีก 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น และมีการอนุมัติออกหมายเรียกผู้ต้องหาไปที่บ้าน และเจ้าของร้านได้นำภาพของคนร้ายแชร์ลงในโลกโซเชียลเพื่อเตือนภัยและกดดัน

นายวิชัย เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมย เล่าว่า ในคืนวันเกิดเหตุทางร้านได้มีการเลี้ยงฉลองเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของเจ้าของร้าน โดยผู้ก่อเหตุที่เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นพนักงานได้เพียงวันเดียว ได้มาร่วมกินเลี้ยงในคืนนั้นด้วย ในระหว่างกินเลี้ยงวันเกิด นายชนเทพก็ไม่ได้แสดงท่าทีมีพิรุธใดๆ

กระทั่งในเวลาประมาณ 21.00 น. นายชนเทพได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตน โดยอ้างว่าจะออกไปหาเพื่อน ด้วยความที่ว่าเป็นเพื่อนร่วมงานตนจึงให้ยืมรถไป เมื่อผ่านไปประมาณ 10 นาที นายชนเทพก็ขับรถกลับมาตามปกติ

เมื่อถึงเวลาประมาณเที่ยงคืน นายชนเทพก็ได้ยืมรถจักรยานยนต์ของตนไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้อ้างว่าจะไปซื้อบุหรี่ ก่อนจะหายออกไปนานเกือบชั่วโมง ตนจึงโทรศัพท์ไปหาแต่ก็ถูกตัดสายทิ้งและปิดเครื่องไป จึงคิดว่ารถจักรยานยนต์น่าจะถูกขโมยไป จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังจากก่อเหตุ นายชนเทพก็ไม่มาทำงานที่ร้านอีกเลย

กระทั่ง 3 วันถัดมา หลังจากที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียกไปตามที่อยู่ของนายชนเทพ และเจ้าของร้านได้นำภาพถ่ายสำเนาบัตรประชาชนของผู้ต้องหาโพสต์เตือนภัยในโลกโซเชียล ทำให้ นายชนเทพ ได้แอบนำรถจักรยานยนต์ที่ขโมยไปมาคืนให้เจ้าของรถที่หอพักในเวลา 12.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายชนเทพ ปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ขโมยรถจักรยานยนต์ไป แต่ในวันที่ยืมรถไปซื้อบุหรี่ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดรถไว้ ส่วนสาเหตุที่ไม่รับโทรศัพท์ เป็นเพราะแม่ของตนยึดโทรศัพท์เอาไว้ ซึ่ง นายวิชัย เจ้าของรถขณะนั้นรู้สึกโมโหมาก จึงบอกให้นายชนเทพรีบกลับไป ก่อนจะทนไม่ไหว

นายดนัย เจ้าของร้านข้าวต้มซ้ง 24 น. กล่าวว่า ที่นำภาพของผู้ก่อเหตุมาโพสต์ลงในโลกโซเชียลมีเดีย เพื่อเตือนภัยให้กับร้านค้าต่างๆ เพราะขนาดทางร้านรับคนเข้ามาทำงานและดูแลเป็นอย่างดี คนร้ายรายนี้ก็ยังก่อเหตุได้ ทั้งๆที่เพิ่งมาสมัครงานได้เพียงวันเดียว

โดยในวันที่มาสมัครงานคนร้ายรายนี้ก็มีบุคลิกและนิสัยดี ไม่คิดว่าจะก่อเหตุกับคนในร้านได้ และการนำรถมาคืน ก็เชื่อว่าเป็นเพราะมีหมายเรียกไปที่บ้านของคนร้าย ทำให้ญาติๆ ทราบเรื่อง เมื่อถูกกดดันจึงตัดสินใจนำรถจักรยานยนต์มาคืน เพราะกลัวความผิด และกลัวว่าจะไม่มีใครรับเข้าทำงานอีก หลังจากที่ทางร้านได้โพสต์เตือนภัยออกไป

ราคาแรง! ทุเรียนนนท์ขายเป็นลูก ราคาอยู่ที่ 5,000 – 40,000 บาท

แห่จองทุเรียนนนท์ตั้งแต่ในสวน ลูกละหมื่นถึงสี่หมื่นบาท ไม่ขายเป็นกิโล

นายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย และนายธีระ โรจนประดิษฐ์ ปลัดอำเภอ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ชมสวนทุเรียนในเขต อ.บางกรวย ซึ่งเป็นสวนทุเรียนของ ร.ต.สุจิตร ศตะกูรมะ และสวนทุเรียนของนายไพทูน ทรงจำปา ที่บริเวณ ม.4 ต.บางศรีทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ปลูกทุเรียนหลายสายพันธุ์ เช่น ทุเรียนหมอนทอง ก้านยาว กระดุม อีรวง หลงลับแล และพวงมณี รวมทั้งผลไม้อื่นๆ อีกหลายชนิด เป็นต้น

ซึ่งขณะนี้ทุเรียนที่ จ.นนทบุรี ขายเป็นลูก ไม่ได้ขายเป็นกิโลกรัม โดยราคาแต่ละลูกต้องตามขนาดว่าลูกใหญ่หรือว่าสวยต้องดูพลูของทุเรียนอีกว่ามากพลู หรือพลูใหญ่มากน้อยเพียงใด บางลูกก็จะมีราคาอยู่ที่ 30,000-40,000 บาท แล้วแต่ขนาด ราคาต่ำสุดประมาณ 5,000-7,000บาท ซึ่งทุเรียนแต่ละสวนใน จ.นนทบุรี จะมีคนเข้ามาสั่งจองที่สวนเอง ไม่ได้ตัดไปวางขายตามท้องตลาด imperial-business-blog.com

ดังที่ทราบกันดีว่าทุเรียนนนท์ จะขึ้นชื่อในเรื่องของความอร่อย หอม มันหวาน ซึ่งนายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย ได้ปอกทุเรียนหมอนทองลูกละ 10,000 บาท เพื่อลองชิม และกล่าวว่ารสชาติของทุเรียนหอมหวาน มันอร่อย ได้รสชาติสมกับราคาจริงๆ ไม่เสียชื่อที่เป็นทุเรียนของ จ.นนทบุรี ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน

ตำรวจจราจรพัทยา เปิดใจ ถีบรถแท็กซี่ เพราะป้องกันตัวจากการถูกชน

จากกรณีมีคลิปวีดีโอเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เข้าทำการจับกุมรถแท็กซี่ สีชมพูคันหนึ่ง ซึ่งจอดในที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) ริมถนนพัทยาสาย 2

โดยช่วงแรกของคลิปเป็นภาพการพูดคุยเจรจา ระหว่างตำรวจจราจรนายหนึ่งและคนขับแท็กซี่ที่นั่งอยู่ในรถ กระทั่งมีพนักงานคอกรถนำเครื่องล็อคล้อมาและจะทำการล็อคล้อแท็กซี่คันดังกล่าว แต่แท็กซี่พยายามจะขับรถออกจากจุดที่จอด แต่ก็มีรถสองแถวมาจอดขวาง ทำให้ไม่สามารถขับออกไปได้

ตำรวจจราจรคนดังกล่าวจึงเข้าไปพูดคุยอีกครั้ง แต่คนขับแท็กซี่ไม่ยอมลงจากรถ ตำรวจจราจรจึงถีบที่ประตูฝั่งคนขับไป 2 ครั้ง รถแท็กซี่จึงตัดสินใจถอยหลังและหักพวงมาลัยขับหลบสองแถว ที่จอดขวางทางอยู่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยภายหลังคลิปดังกล่าวแพร่ออกไปทำให้คนในโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา

ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (20 พ.ค.) ร.ต.ท.วสุธร รอง สว.จร.สภ.เมืองพัทยา ได้ออกมายอมรับกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจจราจรที่ปรากฏในคลิปนั้นคือตนเอง ก่อนเปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรอยู่บนถนนพัทยาสาย 2 จนไปถึงบริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านพัทยากลาง

ตนพบรถแท็กซี่คันดังกล่าว จอดดับเครื่องยนต์อยู่ริมถนนซึ่งเป็นจุดที่ห้ามจอด (ขาว-แดง) จึงแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานและขอดูใบอนุญาตขับขี่ แต่คนขับกลับส่งใบสั่งที่ถูกจับในข้อหาใบขับขี่หมดอายุให้ดู

ตนจึงถือว่าคนขับแท็กซี่ไม่มีใบขับขี่ และจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับไม่ยอมรับข้อหา แถมยังพูดท้าทายและไม่ยอมรถจากรถ ซ้ำยังพยายามจะขับรถหลบหนี มีบังเอิญมีสองแถวมาจอดขวางเลยไปไม่ได้

ในระหว่างที่พนักงานคอกรถจะนำเครื่องล็อคล้อไปทำการล็อคล้อหลังอยู่นั้น จู่ๆ คนขับรถแท็กซี่ก็เหยียบคันเร่งพุ่งตัวออกไป จนเครื่องล็อดล้อกระเด็น ตนเกรงว่าจะถูกรถเฉี่ยวจึงใช้เท้าถีบตัวรถเพื่อให้พ้นจากการถูกเฉี่ยวชน เป็นการป้องกันตัวเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บตามยุทธวิธี

ด้าน พ.ต.ต.อรุษ สภานนท์ สว.จร.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจึงสั่งการให้ ร.ต.ท.วสุธร ทำรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เบื้องต้น จากการสอบถามด้วยวาจาทราบว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวเดินทางมาจากกรุงเทพฯ มาส่งผู้โดยสารที่เมืองพัทยา

และจอดรอรับลูกค้าขาจรที่อาจจะมาใช้บริการโดยสารเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่ห้ามจอด ระหว่างนั้น ร.ต.ท.วสุธร ขับผ่านมาเห็นจึงจะทำการออกใบสั่ง แต่คนขับรถแท็กซี่ไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและขับรถหนีไป

ภายหลังจึงโทรศัพท์ติดต่อไปที่อู่รถและได้มีการพูดคุยกับคนขับทราบชื่อ นายประเสริฐพร (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อให้เดินทางมาพูดคุยกันที่ สภ.เมืองพัทยา แต่นายประเสริฐพร อ้างว่าไม่อยากมาเพราะระยะทางไกล และเสียเวลาทำมาหากิน

เบื้องต้น จึงให้ ร.ต.ท.วสุธร เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายประเสริฐพร รวม 3 ข้อหาคือ 1.จอดรถในที่ห้ามจอด 2.ขับรถโดยไม่นึกถึงอันตรายของผู้อื่น และ 3.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน ที่จะดำเนินการออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหาต่อไป