เปิดใจแท็กซี่ โอดถูกโยนบาปดูหนังโป๊ แค่ฉากเลิฟซีน เซ็งประวัติด่างพร้อย

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก Taxi report TH โพสต์ภาพเหตุการณ์ในรถแท็กซี่คันหนึ่ง โดยผู้ขับมีเปิดหนังในรถ แต่ลักษณะคล้ายหนังโป๊ ในขณะที่ให้บริการผู้โดยสารอยู่นั้น imperial-business-blog.com

ทีมข่าวได้เดินทางไปติดตามคนขับแท็กซี่คันดังกล่าว มาที่วัดยานนาวา โดยคนขับแท็กซี่ได้เปิดรถให้ดู มีเครื่องเล่นและแผ่นวีซีดี ที่ใช้เปิดภายในรถ โดยส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ เพลง และธรรมะ โดยคนขับแท็กซี่ เปิดใจว่า ตนขับรถแท็กซี่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี ตั้งแต่เช่าขับ จนกระทั่งซื้อรถเป็นของตัวเอง ซึ่งรถคันนี้เป็นรถคันที่ 3 แล้ว

ปกติตนขับในช่วงเช้าตั้งแต่ 05.00 น. – 21.00 น. ของทุกวัน และเปิดวิดีโอภายในรถเป็นปกติ ซึ่งก็มีหลายสไตล์ บางครั้งก็จะเป็นเพลง คาราโอเกะบ้าง แต่ภาพยนตร์วาบหวิวตามที่เป็นข่าวนั้น ไม่ใช่หนังโป๊ ไม่มีการเปลื้องผ้าทั้งหมด อาจจะดูแค่เรื่อง จันดารา, แม่เบี้ย หรือภาพยนตร์เกาหลี

แต่ก็ยอมรับว่าหนังเหล่านี้มีฉากบนเตียง แต่ไม่ใช่การมีเพศสัมพันธ์กัน แล้วถอดเสื้อผ้า เพราะจะมีผ้าบัง ซึ่งโดยทั่วไปตนก็ไม่ค่อยได้ดู ในขณะที่มีผู้โดยสาร หรือต้องขับรถ แต่บางครั้งที่จอดรอผู้โดยสาร หรือจอดพักผ่อนก็จะนำภาพยนตร์ออกมาดูบ้าง

คนขับแท็กซี่ เล่าต่อว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวคือ มีผู้โดยสารผู้ชายขึ้นมาบนรถ ตนจึงเปิดดูตามปกติ แต่ก็ไม่ดูตลอด แต่หากเป็นผู้โดยสารหญิง ตนก็จะไม่เปิด โดยในวันเกิดเหตุเป็นช่วงใกล้เลิกงาน และกำลังจะเดินทางกลับบ้าน

ผู้โดยสารชายบอกตนว่า “เปิดหนังโป๊ไม่ได้นะ” ตนจึงตอบกลับไปว่า “ไม่ใช่หนังโป๊ เป็นแค่หนังที่มีฉากเลิฟซีนกันธรรมดา” หลังจากนั้นผู้โดยสารก็ลงจากรถ เพราะถึงที่หมายพอดี และตนยืนยันว่าที่ตนพูดเป็นความจริง ตนขอสาบานว่า ไม่ได้ดูหนังโป๊ที่มีเพศสัมพันธ์กัน

ทั้งนี้ ตนมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ตอนนี้ตนก็อายุ 40 กว่าแล้ว ในบางครั้งเวลาขับรถก็ต้องการความบันเทิงภายในรถ ซึ่งการขับรถในกรุงเทพฯ ค่อนข้างที่จะเครียด ก็ต้องมีการฟังเพลง ฟังคาราโอเกะ และดูหนังบ้าง

นอกจากนี้ คนขับแท็กซี่ ระบุว่า ในวันนี้ (14 ส.ค.) ตนจะเดินทางไปที่กรมขนส่งทางบก เพื่อไปแสดงความบริสุทธิ์ใจ และเล่าเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ให้ฟัง รวมทั้งจะเอาแผ่นวีซีดีภาพยนตร์ ไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วยว่าตนผิดอย่างไร ซึ่งตลอดการขับรถแท็กซี่มากกว่า 10 ปี ตนไม่เคยกระทำผิด จนกระทั่งถูกกรมขนส่งทางบกเรียก และกล้าให้ตรวจสอบประวัติย้อนหลังได้ และครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกในชีวิต

2 หนุ่มตั้งใจไปไหว้แม่ ขี่รถชนประสานงา ร่างกระเด็นเสียชีวิตทั้งคู่

หนุ่ม ม.6 เสร็จจากไหว้แม่ กำลังไปกราบยายที่บ้านต่อ ขี่รถชนประสานงากลางทางกับหนุ่มวัย 22 ที่กำลังจะกลับไปกอดแม่เช่นกัน กลายเป็นโศกนาฏกรรมเสียชีวิตทั้งคู่

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (12 ส.ค.) ร.ต.อ.คำพา พันธุ์เพ็ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอำนาจเจริญ ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนอรุณประเสริฐ (อำนาจเจริญ-ยโสธร) ฝั่งมุ่งหน้า จ.ยโสธร บริเวณบ้านสองคอน ต.โนนโพธิ์ อ.เมืองอำนาจเจริญ หลังได้รับแจ้งจึงประสานแพทย์เวร รพ.อำนาจเจริญ สมาคมกู้ภัยอำนาจเจริญ และกู้ชีพโนนโพธิ์ ร่วมตรวจสอบ

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ 2 คัน เสียชีวิตอยู่ไหล่ในป่าข้างทาง คันแรกเป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ 110 สีน้ำเงิน-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใกล้กันพบศพ นายศุภกรณ์ อายุ 18 ปี โดยใกล้กันยังพบรถจักรยานยนต์ คาวาซากิ Z900 สีดำ-แดง ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน มีผู้เสียชีวิตอีกราย คือ นายทัศน์พร อายุ 22 ปี เสียชีวิตอยู่บริเวณท่อระบายน้ำ

จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า นายศุภกรณ์ เป็นนักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากซอยในหมู่บ้าน ตั้งใจจะไปบ้านยายที่บ้านนายม เพื่อกราบไหว้ยายที่เลี้ยงดูมาในฐานะผู้ปกครองอีกคนหนึ่ง หลังจากที่เพิ่งไว้แม่ของตัวเองเสร็จ จนกระทั่งเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุและได้เกิดขี่รถชนประสานงากับจักรยานยนต์ของนายทัศน์พร เป็นเหตุทำให้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ขณะที่พี่ชายของนายทัศน์พร ผู้เสียชีวิตอีกราย เปิดเผยว่า น้องชายได้ขับรถจักรยานยนต์ที่เพิ่งจะซื้อมาได้เพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น โดยวันนี้ได้เดินทางกลับมาบ้าน เพื่อตั้งใจจะไปกราบไหว้แม่ในวันแม่แห่งชาติ หลังจากไปทำงานอยู่กรุงเทพฯ

นายทัศน์พรเพิ่งเดินทางกลับมาบ้านได้ 2 วัน ตลอดทั้งวันก็ออกแวะทำบุญและท่องเที่ยวกับญาติๆ และเพื่อนๆ ที่ จ.ร้อยเอ็ด ก่อนเกิดเหตุอยู่ระหว่างทางขี่รถกลับบ้าน แต่ยังมาไม่ถึงบ้าน และยังไม่ทันได้กราบไหว้แม่ ก็มาประสบเหตุเสียชีวิตเสียก่อน

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้นำศพของผู้เสียชีวิตไปชันสูตรพลิกศพเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้ ขณะที่ชาวบ้านต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงอาถรรพ์ของถนนเส้นนี้ เนื่องจากเคยเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นบ่อยครั้ง ล่าสุดก็เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันเดียวกัน มีเด็กสาวเพิ่งถูกรถชนเสียชีวิตห่างออกไปแค่ 50 เมตรเท่านั้น

พ่อ “น้องหญิง” นำหลักฐานเด็ดให้กองปราบฯ เชื่อลูกถูกฆาตกรรมอำพราง

ครอบครัว “น้องหญิง” นำหลักฐานสำคัญให้กองปราบฯ เร่งรัดคดี เชื่อถูกทำร้ายไม่ใช่อุบัติเหตุ – จ่อยื่นหนังสือถึง ผบช.ภ.1 ฟัน ม.157 ตำรวจ สภ.บางปะอิน

นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้พาพ่อและครอบครัวของน้องหญิง สาวอายุ 19 ปี ที่เสียชีวิตอย่างปริศนา ตกจากรถเทรลเลอร์ ในพื้นที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าร้องทุกข์ต่อ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม ให้ช่วยเหลือ หลังไม่มั่นใจในการทำงานของตำรวจ สภ.บางปะอิน

ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ในวันนี้เดินทางเข้าแจ้งความดำเนินคดีอาญากับ น.ส.สิรินาถ (เป็ด) และนายสุรพล (อ๊อฟ) คนขับรถเทรลเลอร์ และนายท็อป ยังไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง

หลังจากพ่อของน้องหญิงได้ตรวจสอบมือถือของน้องหญิง พบคลิปเสียงและข้อความทางไลน์ ที่ปรากฏขอความช่วยเหลือส่งถึงเพื่อนชื่อเจนและรุ้ง จึงเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางปะอิน แต่ทางตำรวจกลับลงบันทึกประจำวันเป็นคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว

พ่อของน้องหญิง กล่าวว่า จากวันที่ 19 -28 ก.ค. 2561 ที่ผ่านมา ตนเองได้พยายามรวบรวมหลักฐาน จนได้ผลการชันสูตรจากนิติวิทยาศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ระบุว่าบริเวณศีรษะด้านขวาของน้องหญิงถูกตีด้วยของแข็งหลายครั้ง และมีรอยช้ำบริเวณหัวไหล่ด้านขวา รวมถึงมีผลการสแกนสมองจากเอกชน พบว่ามีเลือดออกภายในสมองหลายแห่ง มีร้อยแตกด้านขวาที่กะโหลกศีรษะ

นอกจากนี้ ยังมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงและข้อความขอความช่วยเหลือทางไลน์ พร้อมตำแหน่ง GPS ที่ตรวจได้สัญญาณมือถือ ซึ่งจากหลักฐานที่มีทำให้มั่นใจว่าน้องหญิงถูกฆาตกรรมอำพราง แต่หลังจากเข้าแจ้งความที่ สภ.บางปะอิน ตำรวจกลับแจ้งเป็นคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งตนเองมองว่าไม่ถูกต้อง

และเชื่อว่าลูกถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และเนื่องจากไม่เชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ สภ.บางปะอิน เพราะในขณะนี้ยังไม่มีการเรียกเข้าไปสอบปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด จึงได้หอบเอาหลักฐานมาร้องต่อกองปราบปรามให้ช่วยดำเนินคดี

ทั้งนี้ ในวันที่ 31 ก.ค. ทางประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม จะเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบช.ภ.1 เพื่อแจ้งละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สภ.บางปะอิน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

คอหวยไม่พลาด พบต้นตะเคียนทองฝังดินอายุกว่า 300 ปี เลขโผล่คาตา

มื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 ก.ค. 61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายธนบูรณ์ ชัยเสน ผู้ใหญ่บ้านสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย ว่าชาวบ้านสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม

พากันมาดูต้นตะเคียนทอง ขนาด 3 คนโอบ ยาว 7 เมตร อายุนานกว่า 300 ปี ถูกฝังดินในไร่ของยายเทียน ที่สมาชิก อบต.ห้วยส้มขอเช่าที่ทำกิน พร้อมขอเลขเด็ดงวดนี้ได้มา 341

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนายธนบูรณ์ ชัยเสน ผู้ใหญ่บ้านสะพานยาว เล่าว่า ตนเองได้รับแจ้งจากนายธวัชชัย เมืองแสน ส.อบต.ห้วยส้ม ว่าได้มาเช่าที่ทำสวนทำไร่กับยายเทียนประมาณ 20 ไร่ วันนี้จึงนำรถไถมาปรับหน้าดิน imperial-business-blog.com

เมื่อมาถึงบริเวณท้ายไร่ พบจอมปลวกขนาดใหญ่มีไม้โผล่ขึ้นมา ด้วยความสงสัยจึงได้ใช้รถไถไถดู พบว่าเป็นไม้ตะเคียนทองถูกฝังในดินลึกกว่า 2 เมตร มีขนาด 3 คนโอบ ยาวกว่า 7 เมตร จึงได้นำขึ้นมา ผู้ใหญ่ในหมู่บ้านสันนิษฐานว่ามีอายุกว่า 300 ปี จนมีชาวบ้านทราบข่าวมาดูและนำเครื่องดื่มและผ้าแพร 7 สี มาถวาย พร้อมนำแป้งมาโรยเพื่อหาเลขเด็ดพบว่า ทุกคนเห็นเป็นเลข 341

จากนั้นชาวบ้านได้ช่วยกันชักลากไปเก็บไว้ที่วัดสะพานยาว หมู่ 3 ต.ห้วยส้ม อ.ภูกระดึง จ.เลย เพื่อสักการะต่อไป

เปิดปมชายดิ่งตึกชั้น 8 ตายคาศาลอาญา เพราะผิดหวังคำตัดสินยกฟ้อง

ที่แท้เพราะความผิดหวัง ศาลสั่งยกฟ้องจำเลย คดีลูกชายโดนแทงตายเมื่อปี 2559 พ่อน้อยใจโดดชั้น 8 ร่างเละดับสยอง

ความคืบหน้ากรณีชายพลัดตกลงมาจากอาคารชั้น 8 ศาลอาญา รัชดาภิเษก เป็นเหตุทำให้เสียชีวิต ล่าสุดทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายศุภชัย พบสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุแล้ว เนื่องจากรู้สึกผิดหวังและน้อยใจคำสั่งยกฟ้องของศาล คดีลูกชายโดนแทงเสียชีวิตเมื่อปี 2559

ตามรายงานระบุว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (23 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฆ่าผู้อื่น ฯ หมายเลขดำ อ.1089/59 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายณัฐพงษ์ เป็นจำเลยในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นฯ จากกรณีเมื่อวันที่15 เมษายน 2559 จำเลยได้ใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงบริเวณร่างกาย นายธนิต ถึงแก่ความตาย ก่อนหลบหนีไป

เหตุเกิดบริเวณ ถ.ประชาสงเคราะห์ เขตดินแดง จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้ดดีว่าไม่ใช่ผู้กระทำผิด ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงพิพากษายกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายศุภชัย พร้อมด้วยภรรยา ซึ่งเป็นบิดามารดาของนายธนิต ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วย ทันทีที่ศาลพิพากษายกฟ้องนายณัฐพงษ์ จำเลย ได้สร้างความผิดหวังอย่างรุนแรงให้กับนายศุภชัย ซึ่งร้องไห้เสียใจและได้ปีนข้ามช่องหน้าต่างบริเวณทางเดินหน้าห้องพิจารณากระโดดตึกลงไปจากชั้น 8 ของอาคาร ทำให้เสียชีวิตทันที

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตได้เข้ามาร้องเรียนกับสื่อมวลชนว่าคดีนี้ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวน เหตุเกิดพื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อ 2 ปีก่อน หลานชายถูกแทงตาย มีวงจรปิดจับภาพได้แต่ เมื่อไปขอภาพกลับพบว่ากล้องเสีย โดยหญิงคนดังกล่าวได้ร้องไห้ฟูมฟายเจ้าหน้าที่จึงต้องเชิญไปสงบสติอารมณ์ ภายในศาลอาญา

อย่างไรก็ตาม ที่เกิดเหตุขณะนี้ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพ ก่อนที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธินำส่งสถาบันนิติเวชเพื่อทำการชันสูตรต่อไป

สลด! แว้น 20 คันยึดถ.เกษตรนวมินทร์แข่งรถ ชนหนุ่มผู้ร่วมทางดับคาที่ 1 ราย

กลุ่มเด็กแว้นกว่า 20 คัน แข่งขันรถบน ถ.เกษตรนวมินทร์ ช่วงแยกอเวนิว มุ่งหน้าม.เกษตรฯ ด้วยความเร็วเสียหลักชน หนุ่มอายุ 30 ปี ผู้ร่วมทางเสียชีวิต 1 ราย และมีเยาวชน 18 ปีเจ็บ 1 ราย ก่อนพากันแยกย้ายหลบหนี 24thminute.com

เมื่อเวลา 00:05 วันนี้ (7 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รับแจ้งอุบัติเหตุ บนถนนเกษตรนวมินทร์ ขาออกมุ่งหน้าอุโมงค์บางเขน ช่วงตอม่อที่ 96 มีผู้บาดเจ็บหลายราย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โคกครามร่วมตรวจสอบในจุดที่เกิดเหตุ

เมื่อเจ้าหน้าที่อาสาสมัครเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 2 ราย โดยคนที่ 1 พบเยาวชนชาย ประมาณอายุ 18 ปี ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่น PCX สีฟ้า หมายเลขทะเบียน 4กฬ 1129 กรุงเทพมหานคร มีอาการบาดเจ็บตามร่างกาย แผลถลอก

ห่างออกไป พบรถจักรยานยนต์อีกหนึ่งคัน เป็นรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน 2กถ 2375 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมี นายอัครเดช อายุประมาณ 30 ปี ซึ่งบาดเจ็บอาการสาหัส ขาหักและมีโลหิตไหลออกจากปาก

เจ้าหน้าที่อาสาสมัครเร่งให้การช่วยเหลือ แต่อาการสาหัสมากจึงขอสนับสนุนรถกู้ชีพ จากสำนักงานการแพทย์กรุงเทพมหานคร จากจุดจอดรามอินทรา ร่วมสนับสนุน แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บอาการสาหัสมากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ จึงเสียชีวิตในจุดเกิดเหตุ

จากการสอบถามประชาชน ผู้เห็นเหตุการณ์ ได้เล่าว่า ได้พบเห็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ ประมาณ 20 กว่าคัน กำลังแข่งขันบนถนนเกษตรนวมินทร์ ช่วงแยกอเวนิว มุ่งหน้าม.เกษตรฯ

เมื่อมาถึงในจุดที่เกิดเหตุ ช่วงตอม่อที่ 96 กลุ่มรถจักรยานยนต์ที่แข่งขันกันเกิดเสียหลัก ไปชนกับรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวพอรถจักรยานยนต์ล้มแล้วไม่บาดเจ็บมาก ต่างพากันรีบนำรถยนต์ที่ขับขี่ขับหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ

ทางด้านพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม ร.ต.ท.อนุชาติ โคตรสีเขียว ได้เดินทางมาสอบสวนในจุดที่เกิดเหตุ โดยจะสืบหาข้อมูลเพื่อมาประกอบคดี และดำเนินการติดตามกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวต่อไป

ปลิงประหลาดกัดคุณยายอ่างทอง วัย 80 ปี เกิดมาไม่เคยเจอ

อ่างทองพบอีก ปลิงประหลาด ตัวสีดำคาดเหลือง กัดเท้ายายวัย 80 ปี ขณะกำลังเก็บดอกหญ้ากลางทุ่งนา 24thminute.com

พบอีกปลิงประหลาดตัวขนาดใหญ่ยาวดำคาดเหลืองเป็นปล้องๆ กัด นางสมจิต อายุ 80 ปี อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีบาดบาดแผลที่ข้อเท้าด้านซ้าย ที่ถูกปลิงประหลาดกัดเป็นรูปสามแฉก กว้างยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ขณะที่เก็บดอกหญ้าในนาข้าว กลางทุ่งนาคลองทางควาย หมู่ที่ 2 ตำบลตลาดใหม่ จึงรีบเดินทางกลับเข้าบ้าน

หลังจากนั้นได้ทำความสะอาดล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์เมื่อผ่านมา 2 วัน พบว่าเริ่มบวมซ้ำและเป็นหนอง ทางญาติทราบเรื่องว่าเป็นปลิงกัดและจากคำบอกเล่าลักษณะของปลิง มีลักษณะคล้ายกับปลิงที่กัดชาวบ้าน เขตในอำเภอเมืองอ่างทอง เพื่อความสบายใจจึงได้พายายสมจิตพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูพบว่าอาการ ซึ่งเป็นปกติอาการปลอดภัยดี

ลูกสาวของคุณยาย กล่าวว่า ปกติชาวนาจะพบปลิงควายกัดเป็นประจำ และผู้เป็นแม่คือนางสมจิต ก็ลงน้ำในคลองเก็บผักบุ้งเป็นประจำ โดนปลิงควายกัดเป็นประจำ แต่บาดแผลก็ไม่เป็นรูปสามแฉก และครั้งนี้ที่ถูกปลิงประหลาดกัดในนาข้าว ขณะออกเก็บดอกหญ้า และมีบาดแผลขนาดใหญ่

ส่วนปลิงที่กัดแม่นั้น แม่บอกว่ามีลักษณะลำตัวดำขนาดใหญ่ มีสีเหลืองคาดเป็นปล้องๆ คล้ายกับปลิงที่เป็นข่าวกัดคน แต่ว่าไม่ทราบเป็นปลิงชนิดใด ในตอนนี้แม่หายเป็นปกติดีแล้ว แต่ยังคงเห็นร่องรอยบาดแผลเป็นรูปสามแฉกอยู่ที่ข้อเท้าด้านซ้าย

 

ฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง “นายแพทย์” หายตัวบนสะพาน คาดโดดลงแม่น้ำชี

กล้องวงจรปิดจับภาพนายแพทย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์จอดรถ ทิ้งกุญแจ มือถือ และรองเท้าข้างสะพาน ก่อนหายตัว คาดกระโดดสะพานแม่น้ำชีฆ่าตัวตาย พบประวัติป่วยโรคซึมเศร้าและเครียดเรื่องงาน imperial-business-blog.com

(29 พ.ค.) เมื่อเวลา 17.00 พ.ต.ท.มณี สารขัน ร้อยเวร สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า อัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน. กท 5970 ร้อยเอ็ด จอดอยู่ริมถนนสายอำเภอกมลาไสย-อำเภอจังหาร ติดกับสะพานข้ามแม่น้ำชี บริเวณ ต. เจ้าท่า อ. กมลาไสย ซึ่งเป็นรอยต่อ อ.จังหาร จ.ร้อยเอ็ด แต่ไม่พบตัวผู้ขับขี่ โดยจากการตรวจสอบทราบว่าเจ้าของรถคือ นายแพทย์ไพสันต์ อายุ 45 ปี

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่บริเวณป้อมตำรวจ ซึ่งอยู่ในระยะไกลสามารถจับภาพรถยนต์คันดังกล่าวขับมาจาก อ.จังหาร มาจอดที่บริเวณเชิงสะพานก่อนที่จะมีชายลงมาจากรถแล้วเดินขึ้นไปบนสะพาน แต่ไม่เดินกลับมา อย่างไรก็ตามจากการสอบถามชาวบ้านทราบว่านายแพทย์คนดังกล่าวนั่งอยู่บนราวสะพานเมื่อเวลาประมาณ 20.00 ของวันอาทิตย์ที่ 27 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จึงได้เข้าไปเตือนแต่หลังจากนั้นประมาณ 30 นาที ได้เดินไปดูอีกครั้งปรากฏว่าไม่พบตัวแล้ว โดยพบเพียงกุญแจรถ โทรศัพท์มือถือ และรองเท้าหนังสีน้ำตาลวางอยู่บริเวณราวสะพาน จึงคาดว่านายแพทย์ไพสันต์ได้กระโดดลงจากสะพานลงไปในแม่น้ำชี

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กมลาไสยจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของกู้ชีพนครสาเกตุร้อยเอ็ด ร่วมกับกู้ชีพกุดหว้า และกู้ชีพสว่างกาฬสินธุ์ ได้ระดมดันลงค้นหาในแม่น้ำชี ซึ่งน้ำไหลเชี่ยวจนค่ำมืดแต่ยังไม่พบบุคคลดังกล่าวแต่อย่างใดท่ามกลางชาวบ้านที่มุ่งดูเหตุการณ์

พ.ต.ท.มณี สารขัน ร้อยเวรเจ้าของคดี กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดเห็นรถเก๋งขับมาแล้วจอด จากนั้นมีชาย ซึ่งทราบชื่อภายหลังว่านายแพทย์ไพสันต์ ลงจากรถแล้วเดินขึ้นไปบนสะพาน นอกจากนี้จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์พบว่าเห็นนายแพทย์ไพสันต์ นั่งอยู่บนราวสะพาน จึงได้เข้าไปเตือน จากนั้นเวลาผ่านไปไม่นานก็ไม่เห็นตัวนายแพทย์ไพสันต์ พบเพียงโทรศัพท์มือถือ รองเท้าและกุญแจรถที่วางอยู่บนสะพาน และจากการตรวจสอบภายในรถพบข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์ต่างๆอยู่ครบ ทั้งโทรศัพท์มือถือ เสื้อผ้า สร้อยคอทองคำ อุปกรณ์การแพทย์

ทั้งนี้ต่อมามี นายสมชาย อายุ 54 ปี พี่ชายนายแพทย์ไพสันต์ ได้เดินทางมาตรวจสอบและยืนยันว่าเป็นของน้องชาย ซึ่งหายออกจากบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน และจากการสอบถามญาติพี่น้อง และเพื่อน รวมทั้งสถานที่ทำงาน ก็ไม่มีใครพบเห็นและขณะนี้ก็ยังไม่สามารถติดต่อได้ ทั้งนี้การจากสอบถามญาติและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์พบว่า นายแพทย์ไพสันต์นั้นเป็นโรคซึมเศร้า และเครียดกับเรื่องงาน เคยพยายามฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง โดยการกินยาเกินขนาด และขับรถด้วยความเร็วแล้วดึงเบรกมือจนรถเกิดอุบัติเหตุแต่ไม่สามารถฆ่าตัวตายได้สำเร็จ ครั้งนี้คาดว่าน่าจะกระโดดลงไปในแม่น้ำชี เพื่อฆ่าตัวตายอีกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งค้นหา แต่เนื่องจากบริเวณที่เกิดเหตุมีน้ำไหลเชี่ยวและมืดจะยากต่อการค้นหาและขณะนี้ยังคงไม่พบร่าง

อย่างไรก็ตามสำหรับนายแพทย์ไพสันต์นั้นปัจจุบัน ได้หย่าขาดจากภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่กายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์และแยกกันอยู่มาประมาณ 5 ปีเศษแล้ว มีบุตรด้วยกัน 1 คน กำลังเรียนคณะแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นี่โจรหรือปลวก โอดถูกยกเค้า 12 ครั้งซ้อน ล่าสุดลูกบิด-กลอนยังไม่เว้น

โจรแสบแอบงัดบ้าน 12 ครั้ง ทรัพย์สินหายไปเกือบทั้งหลังแล้ว เจ้าของสุดเซ็ง เพราะล่าสุดมาถอดเอาสายไฟ ลูกบิด กลอน และหน้าต่าง วอนตำรวจช่วยด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมบัติ อายุ 46 ปี ได้ร้องเรียนว่าถูกขโมยขึ้นบ้านกวาดเอาทรัพย์ไปจนหมดทั้งหลังแล้ว จึงเดินทางไปตรวจสอบพบ นายสมบัติและครอบครัว รวมทั้งญาติๆ มานั่งอยู่ที่หน้าบ้าน จากนั้นได้นำเข้าสำรวจบริเวณบ้าน ซึ่งพบว่าปลูกติดอยู่ริมถนนสายเพชรเกษม ช่วงกระบี่-อ่าวลึก หมู่ 4 ต.เขาคราม สภาพเป็นบ้านเดี่ยวเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ สร้างกำแพงคอนกรีตล้อมรอบบ้านอย่างดี

ภายในบ้านพบเห็นแต่ความว่างเปล่า ไม่มีทรัพย์สินใดๆ เหลืออยู่ ที่หน้าต่างมีการถอดเอาไป สายไฟฟ้าภายในบ้านถูกตัดจนหมด ไม่เว้นแม้ปลั๊กไฟ สวิตซ์ปิด-เปิดไฟก็หายไปด้วย นอกจากนั้นที่ประตูห้องต่างๆ ยังถูกคนร้ายถอดเอาลูกบิดและกลอนไปเช่นกัน

นายสมบัติ กล่าวว่า บ้านหลังดังกล่าวนี้ ปัจจุบันจะแวะกลับมาเดือนละครั้งสองครั้ง เพราะได้ไปสร้างบ้านอีกหลังอยู่ในสวนที่ต่างตำบล แต่มาในช่วง 2 ปีนี้ได้ถูกคนร้ายเข้ามาขโมยเอาทรัพย์สินไปจนหมด ในช่วงแรกๆ คนร้ายขโมยเอาพวกหม้อข้าว จานชาม เตาแก๊ส ไปก่อน

ต่อมาคนร้ายก็เริ่มขโมยเอาทรัพย์สินอื่นๆ ไป จนกระทั่งวันนี้โจรได้ขโมยสายไฟ ปลั๊ก สวิตซ์ไฟ หน้าต่าง กลอน และลูกบิดไปอีก รวมทั้งสิ้น 12 ครั้งแล้ว ทุกครั้งก็จะแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ไม่เคยจับคนร้ายได้แม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากจะวิงวอนให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายมาดำเนินคดีให้ด้วย

พัทยาวุ่น! สาวลอยคอกลางทะเล รอแฟนหนุ่มว่ายน้ำตามง้อ จนท.ช่วยปลอดภัยแล้ว

สาวเมาทะเลาะแฟนหนุ่ม ออกว่ายน้ำลอยคอกลางทะเล เพื่อนตามกลับไม่กลับ อ้อนให้แฟนหนุ่มว่ายน้ำตามไปง้อกลับเข้าฝั่ง พลเมืองดีเห็นแจ้งเจ้าหน้าที่ช่วยวุ่น พานักท่องเที่ยวแตกตื่นทั้งชายหาดพัทยา

เมื่อเวลา 02.30น. วันนี้ (26 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งว่ามีคนว่ายน้ำออกไปกลางทะเลหวังฆ่าตัวตาย เหตุเกิดบริเวณชายหาดพัทยา ตรงห้ามปากซอยพัทยา 8 ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยา เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยทางทะเลรีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก ที่กลางทะเลมีชายไทย (ขอสงวนชื่อนามสกุล) อายุประมาณ 30-35 ปี ว่ายน้ำออกไปช่วยแฟนสาวที่ลอยคออยู่กลางทะเล โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯและเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนรอให้การสนับสนุนอยู่บนชายหาด เมื่อฝ่ายชายว่ายไปถึงตัวของฝ่ายหญิง ก็มีการขัดขืนไม่ให้ช่วยเหลือ แต่ฝ่ายชายก็พยายามจะลากเข้าฝั่ง

จนกระทั่งเรือกู้ภัยทางทะเลมาถึง จึงได้เข้าช่วยเหลือขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย เมื่อขึ้นมาบนหาดทรายฝ่ายหญิงซึ่งมีผิวขาวน่าตาดี ไม่มีอาการตกใจใดๆกลับอยู่ในสีหน้ายิ้มแย้มดีใจที่แฟนหนุ่มว่ายน้ำออกไปช่วย ทำให้ประชาชนที่เข้ามายืนเฝ้าดูเอาใจช่วยให้ปลอดภัยพากันต่อว่าต่างๆนาๆ

สอบถามกลุ่มเพื่อนของฝ่ายหญิงไม่ได้เปิดเผยชื่อ เล่าเพียงว่าฝ่ายหญิงมีปากเสียงกับแฟนหนุ่ม แล้วเกิดน้อยใจว่าแฟนไม่สนใจ จึงเดินลงทะเลและว่ายน้ำออกไปอยู่กลางทะเล เพื่อนก็ว่ายออกไปตามกลับมา แต่ฝ่ายหญิงไม่ยินยอมจะขอลอยคออยู่แบบนี้ ผ่านไปประมาณ 20 นาทีฝ่ายชายจึงต้องว่ายน้ำตามออกไปช่วยฝ่ายหญิงจึงยอมเข้าฝั่งดังกล่าว